TMI โฟกัสโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ เตรียมเปิดกรุรับทรัพย์ปีละ 150 ล.

ทันหุ้น – บอสใหญ่ TMI “ธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร” โฟกัสธุรกิจพลังงานโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ  เชื่อปีหน้าปั๊มกำลังการผลิต 3 โรง รวม 5.4 เมกะวัตต์  รับทรัพย์เข้ากระเป๋าปีละ 150 ล้านบาท แย้มอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนโครงการอื่นเพิ่ม คาดโครงการที่มีอยู่ในอุตสาหกรรม 100 เมกะวัตต์ ส่งซิกปีนี้พร้อมเทิร์นอะราวน์เต็มตัว เคาะยอดขายโต 15-20%

นายธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI เปิดเผยว่า บริษัทขอโฟกัสธุรกิจพลังงานโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิต 1.4 เมกะวัตต์ที่ชุมพร และคาดจะเดินเครื่องพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพโรงใหม่ 2 โรง ได้แก่ โรงไฟฟ้าที่ราชบุรี 1 โรง กำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าที่บ้านแพ้ว กำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ ทั้งนี้คาดปีหน้า หรือปี 2563 จะ COD โรงไฟฟ้าได้ครบทั้งหมด 3 โรง กำลังการผลิตรวม 5.4 เมกะวัตต์ และคาดจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทได้ถึง 150 ล้านบาทต่อปี

สัดส่วนพลังงานพุ่ง

ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาโครงการอื่นๆ เพิ่มเติม โดยมองโอกาสในการลงทุนยังมีอยู่มาก เบื้องต้นมองโครงการที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมประมาณ 100 เมกะวัตต์ ทั้งนี้บริษัทคาดจะทยอยลงทุนโครงการพลังงานได้เฉลี่ยปีละ 4 เมกะวัตต์ สำหรับในปีนี้คาดสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานจะอยู่ที่ 10-15% ส่วนปีหน้าหรือปี 2563 คาดจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 30% และในปี 2564 คาดจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50%

สำหรับทิศทางธุรกิจเดิม หรือการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์แสงสว่างคาดจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3/2562 เป็นต้นไป โดยบริษัทอยู่ระหว่างรอคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จากลูกค้าทางหน่วยงานรัฐ เบื้องต้นคาดจะมีออเดอร์อยู่ในหลักสิบล้านบาท ซึ่งบริษัทประเมินยอดขายอุปกรณ์ส่องสว่างยังเป็นไปตามแผน หลังบริษัทปรับกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้าให้มีอยู่ในกลุ่มค้าปลีกมากขึ้น โดยคาดว่าสัดส่วนยอดขายกลุ่มค้าปลีกจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 40% จากปีก่อนที่ 20% ทั้งนี้บริษัทเตรียมเพิ่มสินค้าในกลุ่มค้าปลีกอีก 30 รายการ จากเดิมที่มีอยู่ทั้งหมด 300 รายการ

เทิร์นอะราวน์เต็มตัว

ทั้งนี้บริษัทมองภาพรวมปีนี้จะกลับมาเทิร์นอะราวน์อย่างเต็มตัว หรือมีผลประกอบการจะกลับมาเป็นบวกได้ตามแผน ส่วนยอดขายคาดจะเติบโต 15-20% จากปีก่อน 396.07 ล้านบาท โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้บริษัทกลับมาเป็นบวกได้จะมาจากการปรับกลยุทธ์การจำหน่ายอุปกรณ์ส่องสว่าง และการรับรู้ยอดขายไฟฟ้าจากธุรกิจพลังงานเข้ามาเต็มปี

โดยผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2562 บริษัทมีกําไรสุทธิอยู่ที่ 0.59 ล้านบาท เติบโต 108.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 6.72 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 106.63 ล้านบาท เติบโต 9.31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 97.55 ล้านบาท เนื่องจากมีรายได้จากการขายไฟฟ้า 10.66 ล้านบาท จากผลกาดําเนินงานโรงไฟฟ้าของบริษัทย่อย

และบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 16.40 ล้านบาท ลดลง 14.18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 19.11 ล้านบาท เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง หลังจากบริษัทมีการปรับลดค่าส่งเสริมการขายอีกทั้งบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 18.16 ล้านบาท ลดลง 11.52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 20.52 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารทีลดลง โดยมีผลมาจากการปรับลดค่าล่วงเวลา และหนี้สงสัยจะสูญลดลง