EPG

EPG

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1735 จุด หลังจากปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ 1720 จุด ทำให้การปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะสั้นมีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1744 จุด ถ้าสามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1760 จุด และมีแนวรับที่ 1720 จุดเป็นแนวรับสำคัญ

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้ คือ หุ้น EPG บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) มีการลงทุนหลักในธุรกิจแปรรูปพลาสติก ได้แก่ (1) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายฉนวนยางกันความร้อนและความเย็น ดำเนินการโดย บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัด “AEROFLEX” (2) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์ ดำเนินการโดย บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด “AEROKLAS” และ (3) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติก ดำเนินการโดย บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด “EPP”

นายภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อีสเทิร์น โพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) เปิดแผนดำเนินงานงวดปี 62/63 (เม.ย.62-มี.ค.63) ว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10% โดยนำกลยุทธ์หลักคือ “The New S-Curve” มาใช้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ AEROFLEX การลงทุนขยายโรงงานผลิตในประเทศไทยคาดว่าจะแล้วเสร็จราวไตรมาสที่ 3 ปี 62/63 โดยจะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตในเฟสแรก 2,000 ตัน/ปี

บริษัทคาดอัตรากำไรสุทธิปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10% สูงกว่าปีก่อนที่ 8.38% โดยในปีนี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวเหมือนปีก่อนคือ การบันทึกสำรองผลประโยชน์พนักงานตามกฎหมายแรงงานใหม่ และการตั้งสำรองของโครงการประกันสังคม สำหรับโรครุนแรง นอกจากนี้บริษัทยังเน้นการบริหารจัดการต้นทุน ปรับราคาขายสินค้าขึ้น รวมไปถึงต้นทุนด้านวัตถุดิบกลับเข้าสู่ภาวะปกติด้วย หลังจากปรับตัวสูงขึ้นถึงกว่า 20% แต่งวดปีนี้เราต้นทุนวัตถุดิบกลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว จะช่วยให้การทำกำไรของเรากลับมาดีขึ้น

การดำเนินงานต่อจากนี้ บริษัทจะเร่งให้เกิด Synergy ของกลุ่มธุรกิจทั้งหมดของ AEROKLAS โดยใช้ฐานลูกค้าและการให้บริการครบวงจร ซึ่งจะมีโอกาสในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ใช้วิธีการตั้งราคาขายสินค้าที่เหมาะสม ลดต้นทุนการผลิตสินค้าและการประกอบสินค้าบางอย่างในประเทศออสเตรเลีย โดยย้ายมาใช้ฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งโรงงานใหม่ของ AEROKLAS คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ประมาณไตรมาสที่ 3 ปี 62/63 และจะดำเนินการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้ดียิ่งขึ้น

ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ EPP ในปีนี้จะทำการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการสินค้ามาตรฐานสูง ซึ่ง EPP ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล อีกทั้งจะขยายตลาดไปสู่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ EPP สามารถปรับเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบประเภท Bio plastic ได้เนื่องจากมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเครื่องจักรการผลิตโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม รวมถึงบริษัทมีแผนที่จะลงทุนขยายไลน์การผลิตบรรจุภัณฑ์ประเภทกระดาษเพื่อสามารถให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร

สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้วางไว้ราว 300 ล้านบาท เพื่อที่จะใช้ในลงทุนระบบออโตเมชั่นของ AEROFLEX ราว 100 ล้านบาท การพัฒนาสายการผลิตทั้งในและต่างประเทศ AEROKLAS มูลค่าราว 150 ล้านบาท และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มธุรกิจ EPP มูลค่าราว 50 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียมงบลงทุนไว้ราว 300 ล้านบาท เพื่อที่จะใช้ในการเข้าซื้อกิจการ (M&A) และ ร่วมลงทุน (JV) โดยปัจจุบันมีการเจรจาทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหรรมยานยนต์ แต่ยังต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาและพิจารณาก่อนที่จะสรุปและจะมีการแจ้งอีกครั้งหากได้ความชัดเจน

EPG มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus เท่ากับ 6.98 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 9.60 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 5.50 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 5.00 แล้วสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ ทำให้แนวโน้มนะรยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 7.00 ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านถัดไป 7.50 เป็นจังหวะขายทำกำไรในระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ 6.00 ถ้าหลุดจะเป็นสัญญาณขาย

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ เทพ คำนวณ