LHตุนเข้าพอร์ตรับปันผล ลุ้นจ่ายระหว่างกาล0.35บ.

ทันหุ้น – LH รุกตลาดแนวราบ ลุยเปิด 10 โครงการใหม่ครึ่งปีหลัง มูลค่ารวม 11,500 ล้านบาท ดันยอดขาย-รายได้ให้เป็นไปตามเป้า 37,000 ล้านบาท ด้านนักวิเคราะห์แนะสะสมเข้าพอร์ตรับปันผล คาดจ่ายระหว่างกาลที่ 0.35 บาท ทั้งปีจ่าย 0.410 บาท ยิลด์ 6% เป็นทั้ง Value Stock และ Stock dividend เคาะเป้า 11.20 บาท

นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังปี 2562 บริษัทมีแผนเปิดโครงการบ้านเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง 10 โครงการ มูลค่ารวม 11,500 ล้านบาท แบ่งเป็นเปิดในช่วงไตรมาส 3/2562 จำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวม 6,100 ล้านบาท และไตรมาส 4/2562 จะเปิดตัวอีก 5 โครงการ มูลค่ารวม 5,400 ล้านบาท เพื่อดันทั้งยอดขายและรายได้ให้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 37,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะขายโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยท์ ทองหล่อ เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล ในช่วงปลายปีนี้ตามนโยบายการลงทุนของบริษัท เพื่อรักษานโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

“โดยภาพรวมของธุรกิจในช่วงครึ่งแรกของปีเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ แม้ว่าโครงการคอนโดมิเนียมจะได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV กดดันยอดโอนไม่เข้าเป้า แต่ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับเป้าหมายรายได้รวมจากทุกโครงการ โดยเฉพาะโครงการแนวราบเรายังสามารถบริหารจัดการได้อย่างดี” นายอดิสร กล่าว

*สะสมรับปันผล

นายสรพงษ์ จักรธีรังกูร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด คาดว่า LH จะรายงานยอดขาย (Pre-sales) ไตรมาส 2/2562 ที่ 7.65 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 39% จากไตรมาส 1/2562 อย่างไรก็ตามคาดการณ์กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2562 แต่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“เบื้องต้นประมาณการยอดขายครึ่งปีแรกของ LH คิดเป็นสัดส่วน 39.9% ต่อเป้าทั้งปีที่ LH ตั้งไว้ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท และคาดการณ์ว่าโครงการต่างๆ ที่ LH จะทยอยเปิดตัวในช่วงที่เหลือของปีจะสามารถดึงดูดความสนใจของกลุ่มผู้ซื้อบ้านได้ เพราะเป็นโครงการแนวราบ บททำเลที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก” นายสรพงษ์ กล่าว

ฝ่ายวิเคราะห์ มอง LH เป็นทั้ง Value Stock และ Stock dividend เนื่องจากปัจจุบัน LH ถือหุ้น QH ในสัดส่วน 25%, Q-CON ในสัดส่วน 21.16%, HMPRO ในสัดส่วน 30%, LHFG ในสัดส่วน 21.88%, รวมถึงกองทุน QHPF ในสัดส่วน 3.6% และ LHPF ในสัดส่วน 26.26% ถือเป็นการกระจายความเสี่ยวที่ดีที่สุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

*คาดจ่าย 0.35 บ.-ยิลด์ 6%

เบื้องต้นคาดการณ์ว่า LH จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในสัดส่วนน้อยกว่า 0.35 บาทต่อหุ้น เนื่องจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปีไม่โดดเด่น แต่จะสามารถจ่ายเงินปันผลช่วงครึ่งหลังของปีได้สูงกว่า 0.410 บาทต่อหุ้น ตามผลการดำเนินงานที่จะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีอย่างมีนัยสำคัญ จึงแนะนำ “ถือ” ราคาเหมาะสม 11.20 บาท คาดอัตราการจ่ายเงินปันผล 6%

พร้อมกันนี้แนะนำ “ซื้อ” QH ราคาเหมาะสมที่ 3.60 บาท คาดอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 7% เพราะแม้ยังต้องติดตามยอดขายโครงการที่จะเปิดในช่วงครึ่งหลังของปีอย่างมีนัยสำคัญ แต่ราคาหุ้น QH ที่ซื้อ-ขาย ณ ปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าเงินลงทุนที่ QH ลงทุนใน HMPRO ในสัดส่วน 19.80%, LHFG ในสัดส่วน 21.88%, LHPF ในสัดส่วน 13.74% รวมถึงกองทุน QHPF ในสัดส่วน 25.66% อีกทั้งยังมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเช่นกัน