ความเชื่อมั่นสร้างได้ด้วยการประเมินรู้ของตนเอง

ภาวะของตลาดหุ้นไทยเราตอนนี้หลังจากที่ปรับตัวขึ้นทะลุผ่าน 1730 จุด ขึ้นมาได้ ตลาดก็มีการพักตัวปรับฐานบ้างเพื่อสะสมแรงไปต่อ เพราะอย่างไรเสียโดยภาพรวมของตลาดหุ้นไทยก็ยังดูดี สนับสนุนด้วยปัจจัยภายในเรื่องการเมืองที่ชัดเจน มีความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลหลังนายกฯ นำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ อันจะนำไปสู่การได้รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ ช่วยหนุน Fund Flow ให้ไหลเข้า จากพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ยังมีการสะสมหุ้นเข้าพอร์ตต่อเนื่องมา 6 สัปดาห์ติดต่อกัน ก็เลยยังมองว่าตลาดหุ้นบ้านเราคงขยับเดินหน้าสู่เป้าหมายที่คาดกันได้ค่อนข้างสูง

อย่างไรก็ดีในสนามการสู้หุ้นนั้นไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง ที่สามารถสร้างความเสียหายกับการลงทุนได้ตลอดเวลา ดังนั้นนักลงทุนที่เดินเข้าสู่สนามสู้หุ้นที่มุ่งหวังสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริงนั้น จำเป็นต้องมีความพร้อม มีเกราะป้องกันความเสี่ยง มีความระมัดระวังไม่ประมาท ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ การพิจารณาไตร่ตรองไปสู่การประเมินรู้ได้อย่างแม่นยำ ถึงแนวโน้มภาพรวมของหุ้น การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ซึ่งล้วนเป็นเรื่องของเหตุและผล และมีปัจจัยตัวแปรที่จะเข้ามาชี้นำซึ่งเราต้องสรุปได้ว่าปัจจัยที่เข้ามาส่งผลบวกหรือลบ และมีอิทธิพลต่อแนวโน้มของหุ้นอย่างไร

ในการลงทุนที่ดีนั้น นักลงทุนจำต้องให้เวลากับการลงทุน ให้เวลาที่จะติดตามข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นปัจจัยชี้นำหุ้น ต้องให้เวลาต่อการคิดพิจารณา ไตร่ตรอง ประเมินความเป็นไปในอนาคตที่จะส่งผลต่อหุ้นที่เราให้ความสนใจ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องประเมินให้ชัดเจน รู้จริง ในมูลค่าราคาเป้าหมายของหุ้นให้ได้ ว่าในอนาคตราคาจะอยู่ตรงไหน

โดยอาศัยเรื่องของข้อมูลเกี่ยวกับการเติบโตของบริษัทฯ ที่เกี่ยวกับแผนนโยบายที่จะสร้างรายได้ ที่เกี่ยวกับความสามารถของการดำเนินงานในอนาคตของบริษัทฯ ทั้งจากข่าวสารข้อมูล จากการบอกเล่าของผู้บริหารที่มีธรรมาภิบาลมีความน่าเชื่อถือ จากการไปเยี่ยมชมกิจการ จากบรรดาบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ต่างๆ ทั้งนี้ทุกข้อมูลต่างๆล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการประเมินมูลค่าราคาของหุ้นในอนาคตได้อย่างถูกต้อง

ในที่สุดนักลงทุนจะสามารถตัดสินใจลงทุนได้ บนความเสี่ยงที่ต่ำและได้รับผลตอบแทนที่ดีได้ ซึ่งวิธีคิดประเมินหามูลค่าหุ้นในอนาคต มักจะมีองค์ประกอบเพื่อค้นหาราคาประเมินในอนาคตนั้น มากมายหลายเรื่องหลายปัจจัย ซึ่งนักลงทุนเองจำต้องเฝ้าติดตาม วิเคราะห์ ไตร่ตรองประเมินหาให้ได้บนความน่าจะเป็นมากที่สุดที่มีเหตุผลรองรับได้ อย่าเฝ้าแต่ถามคนโน้นคนนี้ หรือเชื่อข้อมูลของผู้อื่น เชื่อตามนักวิเคราะห์ เชื่อตามมาร์เก็ตติ้ง เชื่อตามที่เขาบอกใครก็ไม่รู้ ซึ่งนักลงทุนที่เชื่อข้อมูลเหล่านี้โดยขาดการไตร่ตรองของตนเองมักจะพบกับความล้มเหลวในการลงทุนเสมอ

ดังนั้นความมั่นใจต่อการลงทุน มักจะเกิดขึ้นได้ก็เมื่อตัวของนักลงทุนเองสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงได้ และประเมินรู้ถึงอนาคตของมูลค่าราคาหุ้นควรอยู่ตรงจุดไหน เมื่อความมั่นใจเกิดขึ้นกับการลงทุน เมื่อใดก็ตามที่หุ้นเกิดการแกว่งตัวในทิศทางใดก็ตาม แต่จิตใจของนักลงทุนที่รู้แจ้งเห็นจริงในหุ้นที่ตัวเองลงทุน ก็จะนิ่ง ไม่มีอาการจิตตก ไม่มีกังวล แต่กลับมีสมาธิที่พร้อมจะวางแผนรับมืออย่างมีสติ บนความรู้อย่างแท้จริงนั้นเอง และเมื่อสถานการณ์ต่างๆคลี่คลายปรับตัวดีขึ้นเมื่อไหร่ เมื่อนั้น หุ้นเป้าหมายที่ลงทุนก็จะสามารถเดินก้าวไปสู้เป้าหมายที่เราประเมินเอาไว้ และสร้างผลตอบแทนที่พึงหวังได้อย่างงดงามครับ