SNAPSHOT : CHAYO

CHAYO บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

Company Background

  1. ให้บริการติดตามและทวงถามหนี้ : CHAYO GROUP ให้บริการติดตาม ทวงถามหนี้จากสถาบันการเงินและ บ.โทรคมนาคมชั้นนำของประเทศ โดยดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้และกฎหมายอื่นๆอย่างเคร่งครัด
  2. บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ : CHAYO ASSET MANAGEMENT รับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินมาบริหาร จัดการ ด้วยการเจรจา ติดตามทวงถาม รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ ประนอมหนี้ การดำเนินการทางกฎหมาย งานคดี สืบทรัพย์ และขายทอดตลาดหลักประกัน ภายใต้ พ.ร.บ.บริษัทบริหารสินทรัพย์ และกฎหมายอื่นๆ
  3. ให้บริการระบบข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ : CHAYO Propety and Service ให้บริการ Call Center เพื่อแจ้งข้อมูล ขายผลิตภัณฑ์ต่างๆตามความต้องการของลูกค้า และให้บริการติดตามทวงถามหนี้ให้กับ บ.เอกชนทั่วไป
  4. ให้บริการสินเชื่อ ทั้งไม่มีหลักประกันและมีหลักประกัน : CHAYO Capital ให้บริการสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ( Nano Finance ,Personal Loan ) ภายใต้การควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทย CHAYO Propety and Service ให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกัน

Business Plan

  1. ธุรกิจให้บริการติดตามและทวงถามหนี้ (Service business)

วางแผนขยายงานบริการติดตามและทวงถามหนี้ทั้งในกลุ่มคู่ค้าเดิม เช่น กลุ่มสถาบันการเงิน สื่อสาร และรวมถึงขยายไปยังกลุ่มคู่ค้าใหม่และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ประกันชีวิต กลุ่มเช่าซื้อ ลีสซิ่ง เป็นต้น

  1. ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Asset management)

วางแผนเข้าประมูลซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีงบการลงทุนในปีนี้ประมาณ 800-1,000 ล้านบาท และมีแผนการเติบโตในด้านสินทรัพย์รวม(Asset Size)ในอีก 3 ปีข้างหน้าโตประมาณ 5,000 ล้านบาท

  1. ธุรกิจให้บริการระบบข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center)

วางแผนขยายงาน Call Center เพื่อสนองความต้องการลูกค้าเพื่อขยายงานในทุกๆด้าน และสรรหาผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่มี margin ดีมาจำหน่ายเพื่อสนองความต้องการของตลาด

  1. ธุรกิจการปล่อยสินเชื่อ ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน

วางแผนขยายกลุ่มลูค้าไปยัง กลุ่มที่มีรายได้ประจำ พนักงานโรงงาน พนักงานบริษัท กลุ่มลูกค้าเดิมของบริษัทที่มมีประวัติการจ่ายชำระที่ดี หรือกลุ่มอื่นๆที่บริษัทมองว่ามีประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณา (Scoring) ของบริษัท โดยมีเป้าหมายการปล่อยอยู่ที่ประมาณ 200-250 ล้านบาท

  1. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

วางแผนต่อยอดธุรกิจในอนาคต จากการที่บริษัทซื้อหนี้ที่มีหลักประกันมาบริหาร โดยหากหลักประกันซึ่งได้แก่ที่ดิน ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมีศักยภาพในการพัฒนา บริษัทก็จะนำมาต่อยอดโดยการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขาย และ/หรือ ลงทุน ซึ่งจะสามารถให้ผลตอบแทนมากกว่าการขายที่ดินเปล่า ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยและสภาพเศรฐกิจในอนาคตด้วย

 

Investment Highlight

  1. บริษัทมีความเป็นมืออาชีพในการบริหารหนี้ ด้วยประสบการณ์ในการเจรจา ติดตาม การบริหารหนี้มากกว่า 20 ปี
  2. บริษัทมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการติดตามเจรจา ติดตามทวงถามหนี้ ตลอดจนควบคุมป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตาม พรบ.การทวงถามหนี้
  3. ใช้การตลาดนำ ทำเป็นระบบจบครบกระบวนการและขั้นตอน บริหารด้วยระบบคุณธรรมช่วยหาทางออกให้กับลูกค้า และมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

 

  1. ธุรกิจมีเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ดังนี้
  • มีรายได้รวมเติบโตอย่างเด่นชัดตั้งแต่ปี 2557-2561 มีรายได้รวมจำนวน 55.85 ล้านบาท , 144.31 ล้านบาท , 197.14 ล้านบาท 205.98 ล้านบาท และ 255.64 ล้านบาท ตามลำดับ และในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าการเจริญ เติบโตของรายได้อยู่ที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15
  • พอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่บริหารเติบโตจากปี 2557 ที่มีจำนวนประมาณ 20,000 ล้านบาท เป็นประมาณ 38,267 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2562
  1. เป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนที่ดี โดยจะเห็นได้จากอัตรา(%)ของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิที่อยู่ในระดับสูง
  2. เป็นธุรกิจที่สามารถขยายตัวและต่อยอดทางธุรกิจได้หลายทาง เนื่องจากการประมูลสินทรัพย์ด้อยคุณภาพนั้นจะได้มาทั้งสิทธิและหน้าที่ของทรัพย์สินของลูกค้าด้วย เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
  3. มีการขยายธุรกิจการปล่อยสินเชื่อ เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยใช้ประสบการณ์ คิดวิเคราะห์ ปัจจัยเสี่ยง ความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ เพื่อวางแผนในการป้องกันการเกิดหนี้เสีย รวมถึงมีแผนการทำงานในการติดตามหนี้เพื่อรองรับกรณีเกิดหนี้เสียขึ้น

CHAYOชี้ครึ่งปีหลังโตต่อ ลุยซื้อหนี้เติมพอร์ต 4 พันล.

ทันหุ้น – CHAYO ฉายภาพทิศทางครึ่งหลังปี 2562 ดีกว่าครึ่งปีแรก เดินหน้าซื้อหนี้เพิ่มเติมพอร์ตช่วงที่เหลือของปี 4 พันล้านบาท อวดพอร์ตบริหารหนี้ปัจจุบันแตะ 4.1 หมื่นล้านบาท ย้ำเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% อยู่ที่ 300 ล้านบาท

นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยว่า  ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตดีขึ้น เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ซึ่งบริษัทยังเดินหน้าการทยอยซื้อหนี้ด้อยคุณภาพที่มีหลักประกันเข้ามาบริหาร โดยคาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 จะซื้อหนี้เพิ่มเข้ามาอีกประมาณ 4,000 ล้านบาท

ลุยซื้อหนี้สถาบันการเงิน

ขณะที่ในไตรมาส 1/2562 บริษัทได้ทยอยซื้อหนี้มาบริหารแล้ว 200 ล้านบาท และไตรมาส 2/2562 อีกราว 1,500 – 1,600 ล้านบาท ส่งผลให้พอร์ตบริหารลูกหนี้ของบริษัทในปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 4.1 หมื่นล้านบาทแล้ว และคาดว่าหากมีการซื้อหนี้เสียทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันเข้ามาบริหารเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้นับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไปบริษัทจะไม่มีภาระเรื่องต้นทุนอีกแล้ว สะท้อนการเติบโตของกำไรที่เพิ่มขึ้นในปีหน้า และเชื่อว่างานประมูลหนี้จากสถาบันการเงินต่างๆ จะเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 3 – 4 ซึ่งเป็นช่วงที่สถาบันการเงินจะเร่งขายหนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก

ส่วนความคืบหน้าของการเจรจากับทางสถาบันการเงินในประเทศ 4 – 5 ราย เบื้องต้นคาดหวังมีโอกาสได้รับงานราว 25% หรือไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท เข้ามาช่วยเติมปริมาณพอร์ตบริหารลูกหนี้ให้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้บริษัทยังตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% หรือประมาณ 300 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 255.65 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 1,000-1,250 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่นำไปซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหาร โดยตั้งเป้าประมาณ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่มีหลักประกัน 70-80% และหนี้ไม่มีหลักประกัน 20-30%

 

โบรกสแกน CHAYO กำไรโค้งสองนิวไฮ เคาะเป้าไกล6.06บ.

ทันหุ้น – โบรกสแกนหุ้น CHAYO คาดกำไรไตรมาส 2/62 ยังเดินหน้าทำนิวไฮต่อ แม้ใส่สำรองเพิ่ม คาดกวาดกำไรครึ่งปีแรก 59 ล้านบาท เติบโต 52.6% เล็งปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2562-63 แนะ “ซื้อ” เคาะเป้า 6.06 บาท อัพไซด์ 25.73%

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทาง บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO ว่า

คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 2/62 เท่ากับ 32 ล้านบาท สามารถขึ้นทำ new high ได้ในรายไตรมาส เติบโตถึง 15.5% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 31.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขับเคลื่อนด้วยธุรกิจรับซื้อหนี้มาบริหาร (80% ของรายได้รวม) โดยในงวดนี้ บริษัทสามารถขายหลักประกันประเภทบ้านและที่ดิน เป็นมูลค่ารวม 24 ล้านบาท (หลังหักต้นทุน) ซึ่งเป็นหนี้พร้อมหลักประกันที่ซื้อเข้ามาบริหารตั้งแต่ช่วงปี 2560 – 61

รายได้รับจ้างทวงหนี้พุ่ง

ขณะที่คาดรายได้จากธุรกิจรับจ้างติดตามหนี้ (20% ของรายได้รวม) เติบโตต่อเนื่องเช่นกันสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ลูกค้าสถาบันการเงินและ non-bank (ธ.พ. และบริษัทในกลุ่มสื่อสาร) ใช้บริการติดตามหนี้เพิ่มขึ้น ขณะที่คาดการณ์ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารค่อนข้างทรงตัวจากงวดไตรมาส 1/62 จากการเน้นเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานแทนการเพิ่มจำนวนพนักงาน

โดยการที่คาดการณ์รายได้เติบโตในอัตราเร่งตัวกว่าด้วย หนุนให้คาดการณ์สัดส่วน cost to income ratio ลดลงเหลือ 16.0% จาก 18.0% ในงวดไตรมาส 1/62  อย่างไรก็ตาม ด้วยสมมติฐานระมัดระวัง จึงคาดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สงสัยจะสูญในงวดไตรมาส 2/62 ราว 4 ล้านบาท (อ้างอิงจากข้อมูลย้อนหลังปี 2561 จะเห็นว่าบริษัทมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทุกครึ่งปีในงวดไตรมาส 2/61 เท่ากับ 4.80 ล้านบาท และไตรมาส 4/61 เท่ากับ 4.50 ล้านบาท)

ลุยซื้อหนี้ขยายสินเชื่อ

สำหรับสถานการณ์รับซื้อหนี้ในไตรมาส 2/62 เป็นเชิงรุกขึ้นเท่ากับ 1.34 พันล้านบาท เทียบกับไตรมาส 1/62 ที่มีมูลค่าต่ำมากเพียง 200 ล้านบาท โดยรวมแล้วทำให้มูลหนี้รับซื้อในงวดครึ่งปีแรกปี 62 เพิ่มขึ้นเป็น 1.54 พันล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้มีหลักประกัน ด้วยมูลค่าเงินลงทุน(ต้นทุน) รวม 200 ล้านบาท คิดเป็น 20% จากเป้าหมายการซื้อหนี้ทั้งปี 2562 ของบริษัทที่กำหนดไว้ 1 พันล้านบาท

โดยบริษัทยังให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับซื้อหนี้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นปกติที่จะเห็นสถาบันการเงินขายหนี้เสียออกมามากในช่วงปลายปี โดยเฉพาะปี 2562 ยิ่งจะเห็นได้ชัดเจนเนื่องจากการที่มาตรฐานบัญชี lFRS 9 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2563 จะยิ่งกดดันให้สถาบันการเงินต้องเร่งระบาย NPL ออกมามากขึ้น ด้านธุรกิจสินเชื่อคาดยังไม่เห็นการเติบโตในงวดไตรมาส 2/62 โดยกลยุทธ์ธุรกิจยังเน้นการใช้กระแสเงินสดที่มีอยู่ในการซื้อหนี้เข้ามาเพิ่มเติมมากกว่า

ปรับเพิ่มกำไรปี 62-62

อย่างไรก็ตาม คาดการเติบโตของสินเชื่อจะเป็นไปในเชิงรุกขึ้นในงวดครึ่งปีหลังปี 62 เน้นไปที่กลุ่มลูกจ้างในโรงงานที่เป็นพันธมิตรของบริษัท ภายใต้เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อทั้ง ปี 2562 เท่ากับ 200 ล้านบาท และแผนจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมจากการออกหุ้นกู้รวม 800 ล้านบาท

ฝ่ายวิจัยมีแผนปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2562-63 ภายหลังประกาศผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังปี62 ขับเคลื่อนด้วยรายได้จากการขายหลักประกันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและสูงกว่าคาด จากโอกาสในการขายหลักประกันที่ดินแปลงใหญ่มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท (รับรู้รายได้หลังหักหลักประกันราว 50% ของมูลค่าดังกล่าว) ซึ่งอยู่ในระหว่างการเจรจาซื้อขาย

โดยรวมแล้ว คาดการณ์กำไรสุทธิงวดครึ่งปีแรกปี 62 เท่ากับ 59 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยฯ ถึง 52.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 54% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2562 ที่ประเมินไว้

แนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2562 เท่ากับ 6.06 บาท อิงจากค่าเฉลี่ยย้อนหลังของ PBV ที่ 3.2 เท่า บวกด้วย 1SD เทียบเท่า PBV เท่ากับ 3.7 เท่า ราคาหุ้นปัจจุบันยังให้ผลตอบแทนรวมปันผลที่จูงใจ