ทำไมค่าระวางเรือขึ้น PSLเด่นTTAมีเอี่ยว

ทันหุ้น – ไขปริศนาชัดๆ เหตุค่าระวางเรือพุ่งแรง BDI แตะ 1,700 จุด จากต่ำสุด 595 ช่วงต้นปี เหตุดีมานด์พุ่ง ซัพพลายวูบ หลังมาตรการ IMO ผู้ประกอบการปลดระวางเรือ ท่ามกลางไฮซีซั่นฤดูเก็บเกี่ยวในอเมริกาใต้ ขณะที่ไทยยังส่งออกปูนซีเมนต์สูง แถมภาวะสงครามการค้าที่ผ่อนคลายชั่วคราว ชี้แนวโน้มเร่งตัวได้อีก PSL-TTA รับอานิสงส์ แนะ “ซื้อ” PSL เป้า 10.50 บาท

ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น รายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ หรือ Baltic Dry Index: BDI ได้ทะยานขึ้นมาแรงในวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 โดยขึ้นไปแตะ 1,700 จุด นับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 15 วันทำการ และทำสถิติสูงสุดในรอบ 11 เดือน

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุ สาเหตุสำคัญที่หนุนให้ค่าระวางเรือเร่งตัวขึ้นทำจุดสูงสุดเกิดจาก 2 ปัจจัย คือ 1.การที่เหมืองแร่เหล็กทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิลพังถล่ม ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ต้องใช้สินแร่เหล็กต้องสั่งซื้อ และกักตุนแร่เหล็กไว้ เนื่องจากเหมืองแร่ในประเทศออสเตเรียมีขนาดเล็กกว่ามา จึงกลัวเกิดการขาดแคลน  และ 2.การส่งออกปูนซีเมนต์จากประเทศไทยมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 ปริมาณการส่งออกปูนซีเมนต์จากไทยเร่งขึ้นขึ้นถึง 38%

“ทั้ง 2 ปัจจัยส่งผลให้ความต้องการเรือขนส่งสินค้าประเภท “เรือเทกอง” เร่งตัวขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการเรือเทกองรายใหญ่ในไทยคือ PSL และ TTAโดยปัจจุบันดัชนีค่าระวางเรือที่เร่งตัวขึ้นนำคือค่าระวางเรือขนาดใหญ่ที่ใช้ขนสินแร่ และปูนซีเมนต์ ซึ่งในช่วงที่ความต้องการสูงสุดหนุนให้ดัชนีค่าระวางเรือขนาดใหญ่เร่งตัวขึ้นสูงถึง 154% YTD ทีเดียว”

@แนวโน้มBDIขึ้นต่อ

ขณะเดียวกันช่วงไตรมาส 3/2562 เริ่มเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว และส่งออกผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะกลุ่มธัญพืช (Grain)ของกลุ่มประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งปกติจะใช้เรือขนาดกลาง-เล็ก คาดว่าจะหนุนดัชนีค่าระวางเรือขนาดกลาง – เล็กให้เริ่มทรงตัว และเร่งขึ้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายณัฐพล คาดการณ์ว่า ค่าระวางเรือจะยังคงเร่งขึ้นขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 เนื่องจาก 1.ยังคงมีความต้องการใช้เรือขนาดแฮนดี้ไซส์ (BHSI) อย่างต่อเนื่อง, 2.เข้าสู่ฤดู Grain trading ของอเมริกาใต้หนุนความต้องการใช้เรือขนาดซุปราแมกซ์ (BSI) และ  เรือขนาดอัลตราแมกซ์, 3.จำนวนเรือที่ต้องปลดระวางเร่งตัวขึ้นเพราะไม่คุ้มที่จะปรับปรุงเพื่อรองรับมาตราการ IMO ที่จะประกาศใช้ในปี 2563, และ 4.การที่ภาวะสงครามการค้าผ่อนคลายระยะสั้น ผู้ประกอบการในจีนต้องเร่งกักตุนสินค้า เนื่องจากไม่ทราบว่าจีนจะกลับมาสั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ได้อย่างถาวรหรือไม่

“เบื้องต้นเลยเราเห็นจำนวนเรือที่ต้องปลดระวาง ขายเป็นเศษเหล็ก ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2562 สูงถึง 1.41 ล้านเดทเวทตัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนในปี 2561 ถึง 3 เท่าตัว เพราะผู้ประกอบการมองว่าไม่คุ้มที่จะปรับปรุงเพื่อรองรับมาตราการของ IMO ที่ต้องการให้ใช้น้ำมันค่ากัมมะถันต่ำ ประกอบกับการที่จีนกลับมานำเข้าสินค้าเกษตรจากอเมริกาฯ ได้ผู้ประกอบการเลยต้องเร่งกักตุนสินค้า เพราะไม่รู้ว่าสงครามการค้าจะปะทุอีกเมื่อไหร่ ดังนั้นการที่ปริมาณเรือลดลงขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้น ก็น่าจะเร่งให้ค่าระวางเรือสูงขึ้นได้อีก”

PSL ได้อานิสงส์

นายณัฐพล ระบุ แม้โดยปกติ TTA จะสามารถบริหารจัดการค่าระวางเรือได้อย่างดี แต่เนื่องจากสัดส่วนรายได้ของ TTA แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจอาหาร (พิซ่าฮัท, ทาโก้ เบลล์)ประมาณ 50% และธุรกิจเดือเรือเทกองเพียง 50% จึงไม่ได้รับอานิสงส์จาก 4 ปัจจัยข้างต้นโดยตรง  ขณะที่ PSL ประกอบธุรกิจเดินเรือสำหรับขนส่งสินค้าแห้งเทกองแบบไม่ประจำเส้นทาง มีเส้นทางเดินเรือครอบคลุมทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป ละตินอเมริกา-แอฟริกา อินเดียอนุทวีป-ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกไกล สินค้าพื้นฐานที่กองเรือขนส่งคือ สินค้าเกษตร ปูนซีเมนต์ เหล็ก ปุ๋ย สินแร่และเนื้อแร่ ไม้ซุง ถ่านหินและอื่นๆ จึงได้รับอานิสงส์จากทั้ง 4 ปัจจัยข้างต้นโดยตรง

เบื้องต้นคาดการณ์แนวโน้มกำไรในช่วงไตรมาส 2/2562 จะเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 1/2562 (QoQ) อย่างมีนัยสำคัญ แต่อาจชะลอเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ที่มีกำไรสุทธิ 92 ล้านบาทใน 2Q61 เพราะค่าระวางเรือขนาดเล็ก-ขนาดกลางยังต่ำกว่ากันอยู่เล็กน้อย และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปี PSL จะมีกำไรต่อเนื่องตามค่าระวางเรือมีทิศทางที่เป็นบวกชัดเจนมากขึ้น

ณ ปัจจุบัน Valuation ของ PSL ยังไม่แพง โดยมี PBV ที่ 1.1 เท่าขณะที่ค่าเฉลี่ยภูมิภาคอยู่ที่ 1.9 เท่า และ EV/EBITDA อยู่ที่ 11.4 เท่าขณะที่ภูมิภาคอยู่ที่ 13.1 เท่า  ยิ่งในมุมมองของ Price Performance ยิ่งตอกย้ำว่า PSL ยังไม่ตอบสนองต่อการปรับขึ้นของ BDI เท่าที่ควร โดยราคาหุ้นในภูมิภาคปรับขึ้นมาแล้วเฉลี่ย 9.1% YTD แต่ PSL ยังทรงตัว YTD จึงเลือกเป็น Top pick ของกลุ่มเดินเรือ ราคาเหมาะสมที่ 10.50 บาท