ตกใจพากันขายโรงไฟฟ้า?

ทำเอาตกอกตกใจ พากันขายหมูหุ้นโรงไฟฟ้าหุ้นร้อนแรงแห่งปี หลังเกิดกระแสข่าวทั้งจริงและข่าวลือทั่วตลาด ส่งผลให้เกิดแรงตกใจขายหุ้นบิ๊กแคปตัวอื่นๆตามกันออกมาด้วย ทำให้บรรยากาศการลงทุนที่ดูสดใส พลอยสะดุดหัวคะมำไม่เป็นท่า หลังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้มีหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัย กรณีมีผู้ร้องเรียนถึงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือแผนพีดีพี ที่ผ่านมา และมีการปรับปรุงใหม่ ส่งผลให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้า ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ต่ำกว่า 50% ถือเป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 65

ที่ระบุ ว่ารัฐต้องจัดหรือดำเนินการใหมีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทำด้วยประการใดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหรือทำให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดมิได้ด้วยเหตุผลดังกล่าว

รวมถึงเสนอแนะให้กระทรวงพลังงานทบทวนแผนยุทธศาสตร์ใหม่ปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน เพื่อไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ และปรับให้สัดส่วนการผลิตของรัฐไม่ต่ำกว่า 51% ภายใน 10 ปีถัดจากนี้ซึ่งปัจจุบัน กฟผ. หรือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีกำลังกายผลิตเพียง 37%  ของกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งประเทศ

หากมองถึงเรื่องดังกล่าว บอกได้เลยว่ากระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าบ้านเราแน่นอน อย่างน้อยก็ต้องรอดูว่าทางกระทรวงพลังงานจะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งก็ต้องรอให้รัฐมนตรีจากรัฐบาลใหม่เป็นคนตัดสินใจ แย่ที่สุดอาจจะต้องชะลอการอนุญาตให้เอกชนผลิตไฟฟ้าออกไป ส่งผลกระทบต่อแผนการบริหารงานของบรรดาบริษัทเจ้าของโรงไฟฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะบริษัทที่มีโรงไฟฟ้าในประเทศจำนวนมากและมีแผนขยายธุรกิจในประเทศ ส่วนเจ้าที่มีโรงไฟฟ้าต่างประเทศก็น่าจะได้รับผลกระทบจำกัด

อย่างไรก็ตาม จะว่าไปแล้วสิ่งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัย และมีคำแนะนำมานั้น ก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตามหรือไม่อย่างไร ซึ่งก็คงต้องรอติดตามเรื่องนี้ว่าจะลงเอยแบบใด แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบแล้วแน่นอนก็ราคาหุ้นที่ร่วงดิ่งลงหนักของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า อย่าง GULF GPSC และ BCPG ที่โดนถล่มขายหนักที่สุด

โดยหากจะพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานของบริษัทดังกล่าว ในแง่ของการทำธุรกิจยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างชัดเจนในอนาคต เพียงแต่ว่าหากมองที่ราคาหุ้นก็จัดว่าไม่ได้ถูกเท่าไหร่นัก ค่าพีอีค่อนข้างสูง จากความคาดหวังเรื่องการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตของนักลงทุนนั่นเอง หรือเหตุการณ์นี้จะเป็นจังหวะพอเหมาะที่ราคาหุ้นจะเข้าสู่โหมดปรับฐานกันสักรอบนึงก่อน ให้พักหายใจหายคอกันหน่อย หลังหุ้นกลุ่มนี้พากันกอดคอวิ่งไล่ราคาขึ้นกันมาอย่างร้อนแรงโดดเด่นมาตั้งแต่ต้นปี

จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า ตลาดหุ้นความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน ความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดขึ้น จากปัจจัยตัวแปรต่างๆที่จะมีเข้ามาและส่งผลต่อการขับเคลื่อนของตลาดและราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวบนกระดานทั้งในเชิงบวกหรือลบได้ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนจำต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนตั้งมั่นอยู่บนเหตุและผลอย่างแท้จริง ไม่ใช่การจินตนาการ วิเคราะห์ พิจารณาก่อนตัดสินใจด้วยความถูกต้องมากที่สุด ไม่เพียงแต่จะลดทอนความเสียหายหรือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น แต่จะเป็นโอกาสที่จะแสวงหาผลตอบแทนที่งดงามให้กับการลงทุนของเราอย่างมากมายเลยทีเดียว