แผนPDP2018เพิ่มกำลังผลิต GUNKULตัวเต็งงานโซลาร์

ทันหุ้น –กลุ่มโรงไฟฟ้าเฮ! หลังแผน PDP2018 เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 29,358 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 19,684เมกะวัตต์ โบรกชู GUNKUL เด่นอัพไซด์น่าลงทุน ขณะที่มีมีโอกาสเข้ารับงานได้เพิ่มขึ้น พื้นฐานธุรกิจโตได้ เล็งรับรู้ธุรกิจ EPC ตั้งแต่ไตรมาส 2/2562 ถึงปี 2563 จากงานในมือ 7,000 ล้านบาท ประเมินราคาเหมาะสม 3.46 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ล่าสุดอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เผยว่าอยู่ระหว่างจัดทำแผน AEDP2018 เพื่อให้สอดคล้องกับแผน PDP2018 โดย ณ สิ้นปี 2580 จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเป็น 29,358 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 19,684เมกะวัตต์ ในแผน AEDP2015 ถือเป็น sentiment เชิงบวกในช่วงสั้นต่อหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานทดแทน แต่อย่างไรก็ตามแผนดังกล่าวเป็นแผนระยะยาวกว่า 20 ปีซึ่งจะมีการทยอยรับซื้อไฟฟ้าเกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่ได้เพิ่มการเติบโตและกำไรที่มีนัยฯต่อกลุ่มในช่วงสั้น

ทั้งนี้หากพิจารณาในแผน AEDP2018 ที่ได้มีการปรับปรุงล่าสุด (ก.ค. 2562) พบว่าจะมีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนระหว่างปี 2561-2580 อยู่ที่ 18,696 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดิมที่ 18,176 เมกะวัตต์ โดยในรายละเอียดยังคงให้น้ำหนักไปที่โรงไฟฟ้าโซลาร์เป็นหลักเช่นเดิม อยู่ที่ 12,725 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็น 68.1% ของกำลังการผลิตพลังงานทดแทนใหม่ รองลงมาคือชีวมวลและลมที่ 3,496 และ 1,485 เมกะวัตต์ คิดเป็น 18.7% และ 7.9% ตามลำดับ ซึ่งเมื่อรวมกับกำลังการผลิตที่ผลิตเชิงพาณิชย์แล้วจากแผน AEDP2015 กับกำลังการผลิตใหม่ตาม AEDP2018 จะทำให้กำลังการผลิตพลังงานทดแทน ณ สิ้นปี 2580 อยู่ที่ 29,358 เมกะวัตต์

*GPSC-GUNKUL มีอัพไซด์

สำหรับปัจจัยพื้นฐานหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่สนใจลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนโดยเฉพาะโซลาร์และเชื้อเพลิงอื่นๆ อยู่แล้ว ฝ่ายวิจัยเลือก GPSC (เป้าหมาย 75 บาท) ที่ยังพอมี Upside แต่เน้นเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวจะปลอดภัยกว่า และยังมีหุ้นในกลุ่มพลังงานทดแทน ที่ได้ประโยชน์และยังมี Upside ให้ลงทุน คือ GUNKUL ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและมีสัดส่วนไฟฟ้าที่มาจากโซลาร์มากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้มีโอกาสเข้ารับงานได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ในด้านพื้นฐานธุรกิจของ GUNKUL ยังมีการเติบโตได้ โดยธุรกิจ EPC ยังมีมูลค่าในมือ (Backlog) 7,000 ล้านบาท ซึ่งรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2562 ถึงปี 2563 นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสการลงทุนโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเน้นในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย เวียดนามเป็นต้น เพื่อเป็นไปตามแผนที่จะต้องการมีสัดส่วนกำลังการผลิตเป็น 1,000 เมกวัตต์ จากปัจจุบันที่ 542.4 เมกะวัตต์ ซึ่งธุรกิจเทรดดิ้ง และEPC ถือเป็นส่วนประกอบในการเพิ่มมาร์จิ้นให้แก่บริษัทแม้จะมีสัดส่วนรายได้ที่ไม่สูงมากนัก

*GUNKUL เป้า 3.46 บาท

ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2562 คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเป็นไตรมาสที่มีความเข้มแสงสูง และรับรู้โครงการโซลาร์จากประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 33.5 เมกะวัตต์ ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเดือนเมษายนที่ผ่านมา อีกทั้งมีโอกาสบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นมา ที่ปัจจุบันราว 30.75 บาทต่อดอลลาร์ จากไตรมาส 1/2562 อยู่ที่ 31.98 บาทต่อดอลลาร์

ขณะที่กำไรปีนี้บริษัทประเมินไว้ที่ 1,849 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมธุรกิจยังเติบโตได้ได้ แต่ในราคาหุ้นของกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ปรับตัวลดลงแรง นั้นมาจากก่อนหน้านี้ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงและรวดเร็วเกินกว่ามูลค่าพื้นฐาน ทำให้การปรับฐานของราคาหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าบ้าง อย่างไรก็ดีประเมินราคาเหมาะสม GUNKUL ที่ 3.46 บาท