‘CAZ’ทุ่ม100ล้านซื้อที่ดินใหม่ รับงานเพิ่ม 50%-บิ๊กโปรเจ็กต์จ่อ

ทันหุ้น – CAZ ผู้ถือหุ้นไฟเขียวนำเงิน IPO ไม่เกิน 100 ล้านบาท ซื้อที่ดินใหม่ 79 ไร่ ย่าน EEC หนุนการรับงานเพิ่มขึ้น 50% แย้มเตรียมคว้าโปรเจ็กต์ยักษ์ มูลค่ากว่าพันล้านบาทปลายปีนี้ พร้อมปักเป้ารายได้โต 30-40% ฉายภาพธุรกิจครึ่งปีหลังยังสดใส

นายซุง ซิก ฮอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)หรือ CAZ เปิดเผยว่าตามที่บริษัทจัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2562 ในวันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2562 ผู้ถือหุ้นอนุมัติการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการใช้เงินเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท โดยจะนำเงินเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 100 ล้านบาทไปซื้อที่ดินจำนวน 79 ไร่ ในย่านโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จากเดิมบริษัทนำไปเป็นหลักประกันในธนาคารพาณิชย์ และรับผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย

งานพันล้านจ่อเสียบ

โดยที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ SCB และมีโครงสร้างของสำนักงาน อยู่แล้ว คาดกระบวนการโอนที่ดิน และปรับปรุงพื้นที่จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน หรือคาดจะเริ่มใช้พื้นที่ใหม่ได้ประมาณปลายปีนี้ ทั้งนี้บริษัทเตรียมความพร้อมสถานที่เพื่อรองรับสถานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า สำหรับงานใหม่คาดลูกค้ารายใหญ่จะเปิดให้บริษัทเอกชนยื่นเสนอราคาเพื่อรับเหมาก่อสร้างในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเลียม มูลค่ารวมหลักพันล้านบาท

“ผู้ถือหุ้นอนุมัติการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เงินเพิ่มทุนขายหุ้นไอพีโอจากฝากแบงก์มาเป็นซื้อที่ดิน 79 ไร่ ไม่เกิน 100 ล้านบาท ขั้นตอนต่อไปเราจะนำเงินไปวางมัดจำ คาดกระบวนการในการโอนที่ดินน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน และหลังจากนั้นเราจะเข้าไปพัฒนาหรือปรับปรุงที่ดินให้ใช้งานได้ เพราะที่ดินที่เราไปซื้อปล่อยร้างมา 5 ปีแล้ว รวมๆ คาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาและพร้อมเข้าไปดำเนินการได้ 3-4 เดือนต่อจากนี้”นายซุง ซิก ฮองกล่าว

หากเป็นไปตามแผนบริษัทคาดที่ดินที่บริษัทเข้าซื้อจะช่วยสนับสนุนการเข้ารับงานได้เพิ่มขึ้น 50% จากปัจจุบันบริษัทสามารถรับงานได้เต็มกำลังที่ 3 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทใช้กำลังการผลิตเต็มกำลังแล้ว โดยมองทิศทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเลียมครึ่งปีหลังปี 2562 จะมีจำนวนงานออกมามากกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหลักในเครือ ปตท. จะขยายกำลังการผลิตเป็นจำนวนมาก

คาดรายได้เติบโต 40%

ขณะเดียวกันการสนับสนุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทมีงานก่อสร้างมากขึ้น โดยเฉพาะงานในกลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรกของปีนี้คาดผลประกอบการจะเติบโตดีว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อน ตามการรับรู้รายได้และการส่งมอบงานที่มากขึ้น

ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตปีนี้ที่ 30-40% จากปีก่อนมีรายได้ 1.3 พันล้านบาท แม้ในไตรมาส 1/2562 รายได้จะเติบโตไม่มาก เนื่องจากที่ผ่านมามีการปรับมาตรฐานบัญชีใหม่ ส่งผลให้ระยะเวลารับรู้รายได้เปลี่ยนแปลงไป แต่มูลค่างานและสัญญายังคงรับรู้ตามสัญญาปกติ

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 417.04 ล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 19.34 ล้านบาท เติบโต 11.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 17.36 ล้านบาทณ สิ้นไตรมาส  1/2562 บริษัทมีงานในมือ หรือ Backlog อยู่ที่ 2.13 พันล้านบาท โดยงานหลักเป็นงานรับเหมาก่อสร้างกลุ่มปิโตรเคมี โดยจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ปีนี้อีกราว 70% ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป