JMARTตั้งเป้าพลิกเป็นบวก ธุรกิจในเครือกลับมาผงาด

ทันหุ้น – กลุ่ม JMART จับตาปีนี้ทำนิวไฮ รับบริษัทในเครือ “SINGER-JMT-J-JVC-JAYMART MOBILE” สร้างผลงานโดดเด่น พลิกมีกำไรทุกธุรกิจ มั่นใจทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรก ชู JMT โดดเด่น ตัดมูลค่าเงินลงทุนของกองหนี้ด้อยคุณภาพก้อนใหญ่ครบในช่วงปลายไตรมาส 2/2562 ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีโตไม่ต่ำกว่า 50%

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า ทิศทางของกลุ่มเจมาร์ทในช่วงครึ่งปีจะเติบโตได้มากกว่าครึ่งปีแรก ส่วนแนวโน้มผลงานในช่วงไตรมาส 2/2562 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2562 เนื่องจากการพลิกมีกำไรในทุกบริษัท ซึ่งจะทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้เติบโตเป็นสถิติใหม่ และจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต จากปีก่อนที่ประสบปัญหาขาดทุน 277.06 ล้านบาท

*JMT นิวไฮต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน

ขณะที่ตัวผลักดันรายได้คาดว่าจะมากจาก ธุรกิจติดตามหนี้ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด

(มหาชน) หรือ JMT เนื่องจากภาพรวมธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพจะสามารถทำนิวไฮได้อย่างต่อเนื่อง จากการที่บริษัทเตรียมตัดมูลค่าเงินลงทุนของกองหนี้ด้อยคุณภาพก้อนใหญ่ครบในช่วงปลายไตรมาส 2/2562 ซึ่งจะสนับสนุนให้บริษัทรับรู้รายได้จากกองหนี้ดังกล่าวเต็มกำลังในไตรมาส 2/2562 เป็นต้นไป และมั่นใจว่าบริษัทจะสามารถทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตั้งเป้าหมายเติบโต 50% ทั้งรายได้และกำไร

นอกจากนี้ บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด หรือ J Fintech บริษัทย่อยที่ดeเนินธุรกิจทางด้านการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้แบรนด์ “J Money” ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าราว 150,000 ราย ณ สิ้นไตรมาส 1/2562 มีพอร์ตสินเชื่อรายย่อยรวมอยู่ที่ 3,903 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ระดับ 5.1% พร้อมตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อสิ้นปีนี้เติบโต 5,000 ล้านบาท

*SINGER สินเชื่อขยายตัวดี

ด้านบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย หรือ SINGER มีแนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งภายหลังจากได้รับเงินเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นทำให้สามารถขยายธุรกิจ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถได้ตามแผนและทั้งปีจะสามารถเทิร์นอะราวด์ได้อย่างแน่นอน จากการรุกธุรกิจสินเชื่อรถทำเงิน สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย ควบคู่ความสามารถในการควบคุม NPL ให้ลดลงไม่เกิน 10% ในปีนี้

รวมถึงด้านธุรกิจอสังหาโดยบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงไตรมาส 4/2562 ถึงไปปี 2563 จากคอนโดมิเนียมภายใต้ชื่อ Newera มูลค่าโครงการ 520 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาพร้อมทั้ง เริ่มก่อสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ “The Jas Amata Nakorn” ซึ่งมีรูปแบบคอนเซ็ปต์การลงทุนไม่สูงมากและได้ผลตอบแทนค่อนข้างดี

*หัวเว่ย กระทบเล็กน้อย

ด้านธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด หรือ JAYMART MOBILE ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบเล็กน้อย สำหรับการที่สหรัฐฯ ประกาศแบนค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ในประเทศจีนอย่าง หัวเว่ย ( HUAWEI) และต่อมา Google ได้ประกาศยุติการทำธุรกิจกับหัวเว่ย บริษัทมีสินค้าอื่นรองรับ ที่หลากหลายยี่ห้อให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจเลือกซื้อ

เเละไม่ได้กังวลเรื่องสต็อกคงค้าง เนื่องจากทางคู้ค้ามีการชดชเยราคาตุนทุนให้  นอกจากนี้ยังมีการวางแผนทางการตลาด การบริหารช่องทางการจำหน่าย มุ่งเน้นการลดต้นทุน และเพิ่มมาร์จิ้น

ด้านธุรกิจใหม่ บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC บริษัทในเครือที่พัฒนาระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลางด้วยบล็อคเชน (DDLP) บริษัทอยู่ระหว่างกำลังทำแพลตฟอร์มเพื่อยื่นเสนอ ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการขอใบอนุญาติ Peer to Peer Lending (P2P Lending) คือระบบตลาดสินเชื่อออนไลน์ คาดว่าจะเสนอได้ในช่วงเดือนกันยายน 2562 และจะมีความชัดเจนในช่วงปลายปี 2562