5 โบรกเกอร์ เปิดมุมมองกลยุทธ์เล่น 16 หุ้นที่ปลด SP ชั่วคราว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเปิดให้หุ้นที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP เป็นเวลานานเกินกว่า 3 เดือนกลับมาซื้อขายชั่วคราว ในช่วงวันที่ 1-31 ก.ค.นี้ และวันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไปก็จะ จะหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนกลุ่มนี้ โดยขึ้นเครื่องหมาย SP จนกว่าบริษัทจดทะเบียน(บจ.)นั้นจะแก้ไขให้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะกลับมาซื้อขายได้ตามปกติ หรือหากไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ภายในเวลาที่กำหนด ตลท.อาจจะพิจารณาการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนนั้นจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป

โดย 16 หุ้นที่กลับมาซื้อขายใหม่ ประกอบด้วย A5 , BLISS, BUI, CHUO, EARTH , GSTEL , IFEC, KC , KTECH, NBC,  NMG, POLAR, PRO,  STHAI, TSF และ WR

กำหนดเงื่อนไขว่า นักลงทุนที่ซื้อหุ้นดังกล่าว จะต้องซื้อด้วยบัญชี Cash Balance, จะขึ้นเครื่องหมาย NC เพื่่อเตือนนักลงทุนให้ระมัดระวัง รวมถึงในวันที่ 1 ก.ค.ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดซื้อขาย จะไม่มีการกำหนดซิลลิ่ง และฟลอร์ เพื่อให้ราคาหลักทรัพย์เป็นไปตามสภาพความเป็นจริง เนื่องจากไม่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวมานานแล้ว และตลาดหลักทรัพย์ จะไม่นำหลักทรัพย์ทั้ง 16 มาคำนวณดัชนีราคา SET และ mai

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า  19 หุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ จะกลับมาเทรดชั่วคราว โดย 16 หุ้นเทรด 1 เดือนหลังจากนั้นถูกห้ามซื้อขายต่อไป ส่วนอีก 3 หุ้นได้แก่ IEC,L LVT และ YNP นั้น เทรด 7 วันทำการตั้งแต่ 1-9 ก.ค. หลังจากนั้นก็จะถูกเพิกถอนออกจากตลาดเลย มองว่าในส่วนของ IEC,L LVT และ YNP หมดทางเยียวยาแก้ไข แนะนำหลีกเลี่ยงการเก็งกำไร เพราะไม่สามารถซื้อขายในตลาดได้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.

ส่วนหุ้น 16 ตัว พบว่ามี 5 บริษัทที่ส่งงบการเงินอย่างต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 1/62 ได้แก่ A5, BLISS, BUI, PRO และ WR ถือเป็นบริษัทที่มีความเป็นไปได้ ที่จะแก้ไขปัญหาทางการเงินให้หลุดพ้นจากเครื่องหมาย SP ในอนาคตได้มากสุด

อย่างไรก็ตาม งบการเงินของ บริษัทที่ ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต คือ BLISS แสดงให้เห็นว่างบการเงินของ BLISS ยังขาดความน่าเชื่อถือ แม้ผลการดำเนินงานเริ่มมีกำไรแล้ว และส่วนของผู้ถือหุ้นสูงเกิน 1.6 พันล้านบาท ขณะที่ A5 และ PRO แม้ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นในงบการเงินแบบไม่เงื่อนไข แต่มีข้อสังเกตุ ทำให้งบการเงิน ยังมีความเสี่ยงที่ผู้สอบบัญชี ยังไม่กล้ารับรอง

ทั้งนี้มีเพียง 2 บริษัทที่ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขเลย คือ BUI และ WR แต่ WR ยังมีขาดทุนสุทธิในงวดไตรมาส 1/61  ที่ 61.2 ล้านบาท จึงเหลือเพียง บริษัทเดียวคือ BUI ที่มีโอกาสปลดเครื่องหมาย SP ได้มากสุด และเร็วกว่าบริษัทอื่น

อย่างไรก็ตาม รายได้ของบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่มาจากตราสารหนี้ ซึ่งปัจจุบัน อัตราผลตอบแทนลดลง หลังเฟดมีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในปีนี้ ทำให้ BUI มีความเสี่ยงของกำไรที่ลดลง

คำแนะนำ เป็นโอกาสให้นักลงทุนที่ติดหุ้น ขาย หุ้นทีติด SP มานาน และหลีกเลี่ยงการซื้อเก็งกำไรใน หุ้นเหล่านี้ เพราะมีความเสี่ยงขาดทุนสูง และมีโอกาสติดหุ้นยาว หรืออาจไม่สามารถขายออกได้เลย ถ้าถูกเพิกถอนออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน(ประเทศไทย)  ระบุว่า  3 หุ้นที่จะถูกเพิกถอน ได้แก่ IEC, LVT, YNP ในกลุ่มนี้แนะนำนักลงทุนหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด ขณะที่ 16 หุ้นที่ถูก SP หุ้นส่วนใหญ่จำเป็นต้องแก้ไขผลการดำเนินงาน และปรับโครงสร้างทุน ซึ่งประเมินหุ้นราวครึ่งหนึ่ง มีความเสี่ยงที่จะต้องมีการเพิ่มทุนตามมา จึงแนะนำนักลงทุนใช้ความระมัดระวัง หรือศึกษาข้อมูลก่อนการเข้าเก็งกำไร

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) มีมุมมองว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดให้มีการซื้อขายหุ้นที่ถูก SP นานนั้น เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเดิมขายออกมาเสริมสภาพคล่องได้ แต่ผู้ถือหุ้นเดิมบางรายอาจจะไม่ขายออกมา แต่รอให้มีการแก้ไขคุณสมบัติ เมื่อกลับมาซื้อขายจะมีราคาหุ้นที่ดีขึ้น ขณะที่นักลงทุนรายใหม่ ก็อาจจะสนใจเข้ามาเก็งกำไร เพราะเชื่อว่าราคาหุ้นถูกอยู่ สะท้อนสถานะที่ยังไม่ดี แต่เมื่อพร้อมกลับมาซื้อขายใหม่ ราคาหุ้นจะปรับขึ้นแรง เนื่องจากได้แก้ไขจนมีสถานะธุรกิจและการเงินที่ดีขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามก็มีความเสี่ยง ในแง่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน กว่าจะกลับมาซื้อขายใหม่ในตลาดได้อีกครั้ง

นอกจากนี้คาดว่า อาจมีแรงเก็งกำไรในหุ้น PRO,BLISS และ BUI มากกว่าหุ้นตัวอื่น เพราะผลดำเนินงานในปี 2561 มีกำไรและมีส่วนของผู้ถือหุ้นมากกว่า 300 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยังมีเกณฑ์อื่นๆที่ต้องผ่านคือ มีการปรับโครงสร้างหนี้ให้เรียบร้อย มีผลการดำเนินงานที่มั่นคง มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนฯ และหากอยู่ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลายกลาง ก็ต้องออกจากแผนให้สำเร็จก่อน

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ไม่มีคำแนะนำในหุ้นที่ตลาดปลด SP เพื่อให้กลับมาซื้อขายชั่วคราว และมองว่าวันแรกที่มีการซื้อขาย ราคาหุ้นจะมีความผันผวนอย่างมาก เนื่องจากไม่มีการกำหนดซิลลิ่งและฟลอร์ ดังนั้นนักลงทุนที่จะเข้าไปซื้อขายควรระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

บล.เอเชีย เวลท์ ไม่แนะนำให้เข้าไปเทรดดิ้งในหุ้นดังกล่าว นอกจากนี้นักลงทุนที่ถือหุ้นเหล่านี้แนะนำให้ขายออกมาทันที เนื่องจากอนาคตและ CG ของกิจการเหล่านี้ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน แนะนำหลีกเลี่ยง

รายงาน : วิรัช บูรณกนกธนสาร
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com