หมากเทิร์นอะราวด์น้องใหม่A5 ธุรกิจอสังหาลักชัวรี่หวังขึ้นแท่นTOP10

ภาพของเราในอีก 5 ปี อยากเป็น “บูทีค ดีเวลลอปเปอร์” คนที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนได้ไว เป็นผู้นำตลาด สร้างบ้านสวย เซ็กซี่ จับกลุ่มตลาดนิช บ้านหรู ลักชัวรี่ นี่คือเป้าหมายของ โทนี่ “ศุภโชค ปัญจทรัพย์”  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอทเซท ไฟว์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) หรือ A5 ทายาทรุ่นที่ 3 ของกลุ่มปัญจทรัพย์ ซึ่งพัฒนาอสังหาฯ มา ยาวนานกว่า 65 ปี

สำหรับจุดเริ่มต้นการเข้ามาในแวดวงตลาดหุ้นนั้น “โทนี่” เข้าตลาดหุ้นทางอ้อม(Backdoor) ผ่าน บริษัท อาดามัส อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ ADAM โดยการเทคโอเวอร์ เมื่อปี 2561

กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่

ในส่วนของกลุ่มผู้ถือหุ้นปัจจุบันเปลี่ยนใหม่หมด กลุ่ม A5 ออก PP ทั้งหมดจำนวน 753 ล้านหุ้น กลุ่มคุณศุภโชคถือหุ้น 753 ล้านหุ้น ของเดิม 370 ล้านหุ้น ขณะที่รายย่อยถืออยู่ 40 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนกลุ่มคุณศุภโชคถืออยู่ 97% อีก 3% เป็นรายย่อย

“ศุภโชค” กล่าวถึงเป้าหมายว่า จะโตถึงระดับ TOP10 ให้ได้ ดังนั้นจึงเป็นที่มาในการดันบริษัทเข้าตลาดหุ้น ซึ่งถือเป็นจังหวะดีที่ได้รู้จักกับที่ปรึกษาทางการเงินท่านหนึ่ง นำหุ้น ADAM มาเสนอขายให้ ซึ่งหุ้นตัวนี้ไม่มีอะไรแล้ว FA คลีนให้หมด เป็นบริษัทเปล่า พอมาถึงผมไม่มีอะไรเหลือเลย มีเหลือทรัพย์สินตัวเดียว คือโครงการ สิทธารมย์ จังหวดัอุดรธานี ซึ่งเราขายทิ้งทำให้ไม่มีสินทรัพย์ ไม่มีหนี้ เหมือนเราซื้อตั๋วเข้าตลาดเร็วขึ้น

หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์เชื่อว่าจะทำให้ลูกค้ามีความเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งจุดเด่นของ A5 จับตลาดเฉพาะกลุ่มหรือ นิช มาร์เก็ต (niche market) สามารถขายบ้านหรูได้ แม้จะเป็นน้องใหม่แต่เข้าใจตลาด เข้าใจไลฟ์สไตล์คน และสามารถตอบโจทย์คนซื้อบ้านระดับลัคชัวรี่ได้

การวางกลยุทธ์

“หมากในการวางกลุยทธ์ ถ้าเราเดินตามรายใหญ่ตาย โปรเจ็กต์วนาเราทำให้เห็น ผมเป็นคนชอบเซอร์เวย์ โครงการใหม่ ถ้าผมจะทำบ้านเดี่ยว บ้านในรัศมี 10-20 กิโล ผมเข้าไปดูหมด เราเห็นแล้วน่าจะทำได้ดีกว่าเจ้าที่มีอยู่ เราเห็นว่าบ้านทำได้ดีกว่านี้ โครงการ วนา คือ ป่า มีต้นไม้ใหญ่ 300 กว่าต้น เราเข้าใจคนในเจนวาย เข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนที่จะซื้อบ้านในระดับลัคชัวรี่ ทำให้ยอดขายดีมาก ส่วนโอกาสในการขยายธุรกิจใหม่ก็มี เราอยากทำออฟฟิศให้เช่า และทำโรงแรม”

สำหรับโครงการในปัจจุบันของ A5 มีมูลค่ารวมทั้งหมด 6,000 ล้านบาท จะรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ในปีนี้ 1,200 ล้านบาท จากยอดขายรอโอน(Backlog) ปี 62 ทั้งหมดที่ 1,400 ล้านบาท ซึ่งโครงการปัจจุบัน ได้แก่ โครงการไวโอ แคราย 1, โครงการไวโอ แคราย 2, โครงการ วนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9 – ศรีนครินทร์, โครงการบ้านรชยา บ้านช้าง 2 และ โครงการบ้านรชยา วงแหวน-นาดี และอยู่ระหว่างกำลังพัฒนาโครงการแนวราบบนพื้นที่ 16 ไร่ มูลค่า 1,600 ล้านบาท

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไร 7.62 ล้านบาท จากการเริ่มรับรู้รายได้การขายอสังหาฯ ซึ่งการรับรู้รายได้ของธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ส่วนใหญ่จะเข้ามาในช่วงปลายปี ประมาณไตรมาส 3 และไตรมาส 4

ปลายปีจ่อบุ๊คเข้าอื้อ

“บริษัทเราเพิ่งเข้ามาปลายปี 61 เพิ่งรับรู้รายได้เข้ามาในไตรมาส 1/2562 โครงการรับรู้รายได้ปีนี้ ตอนนี้โปรเจ็กต์หลักคือ วนา เรสสิเดนซ์ พระราม 9-ศรีนครินทร์ เป็นโครงการลัคชัวรี่ บ้านเดี่ยว บ้านสร้างไม่ทันขาย ราคา 20-40 ล้านบาท ทั้งหมด 69 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,900 ล้านบาท ขายไปได้ 60% เริ่มโอนตั้งแต่ไตรมาสแรกแล้ว และจะเริ่มโอนเข้ามาจำนวนมากในไตรมาส 3-4/2562 เราคาดยอดโอนบ้านโครงการนี้ประมาณ 30 หลัง”

“โทนี่” กล่าวต่อว่า สำหรับเกณฑ์การกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มี 2 เกณฑ์ ก็คือบริษัทต้องมีกำไร 10 ล้านบาท และเกณฑ์ควบคุมภายใน ซึ่งเท่าที่ประเมิน A5 ผ่านได้ไม่ยาก และคาดว่าน่าจะกลับมารีซูมเทรดดิ้งได้ในปีหน้า แต่ตลาดหลักทรัพย์ได้ประกาศเปิดให้ซื้อขายเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 1 – 31 ก.ค. 2562 จำนวน 16 บริษัท ซึ่ง A5 เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากที่ถูกหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยขึ้นเครื่องหมาย(SP) มาตั้งแต่ปี 2557

“เราคือ A5 ที่เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ฮอต ขายดี เป็นบูทีค ดีเวลลอปเปอร์ เจ้าใหม่ ที่มาแรง ทำโครงการขายดี เป้าหมาย 5 ปีจะเป็น TOP10 ในธุรกิจนี้ อยากให้นักลงทุนมองหุ้นเราเป็นหุ้นที่เติบโตได้ดี และเป็นหุ้นแวลูตัวหนึ่ง” ศุภโชค กล่าวทิ้งท้าย