ซีรีส์ “หุ้นน่าจับตา” ตอนแรก CPT ผู้นำธุรกิจตู้ไฟฟ้า

                วันนี้ยังไม่มีบริษัทคนไทยรายใดที่มีศักยภาพในการให้บริการเทียบเคียงกับ  CPT

ตลอดเวลา 25 ปี บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPT เติบโตด้วย ความแข็งแกร่ง แสดงศักยภาพการเป็นผู้ให้บริการ ระบบไฟฟ้ากำลังสำหรับควบคุมการทำงานของ เครื่องจักรในโรงงานอย่างมืออาชีพ จนได้รับการยอมรับ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ เบื้องหลังตู้ไฟฟ้า อันสลับซับซ้อนนี้ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเป็นฝีมือคน ไทยล้วนๆ ที่ชื่อ สมศักดิ์ หลิมประเสริฐ กับทีมงานที่ ร่วมก่อตั้ง โดยหมายมั่นปั้นมือให้ CPT เติบใหญ่เป็น บริษัท “สัญชาติไทย” ชั้นนำในการบริการระบบไฟฟ้า กำลัง ทัดเทียมกับบริษัทข้ามชาติ

                พลังอุดมการณ์ก่อเกิด CPT

                CPT ก่อตั้งโดยกลุ่มบัณฑิตผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล จาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณ ทหารลาดกระบัง ที่ผ่านประสบการณ์ ในบริษัทต่างชาติมาหลาย 10 ปี ในฐานะวิศวกรไฟฟ้ากำลัง ควบคุมเครื่องจักรในโรงงาน ใน ช่วงเวลานั้นบริษัทไทยในภาคอุตสาหกรรมยังต้องพึ่งพาบริการ ระบบไฟฟ้ากำลัง จากบริษัทต่างชาติ แม้ต้องจ่ายราคาค่าบริการที่ แพง แต่บริษัทเหล่านี้กลับไม่สามารถตอบสนองความต้องการใน ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของชาวไทยได้อย่างตรงจุด จึงตัดสินใจ ตั้ง บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด ในปี 2537 เพื่อเข้ามา ช่วยเติมเต็มช่องว่างในส่วนนี้ ด้วยค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล โดย ปัจจุบัน CPT อยู่ภายใต้การบริหาร ของ สมศักดิ์ หลิมประเสริฐ และ นพดล วิเชียรเกื้อ

                ศักยภาพของ CPT ไม่เป็นรองใครในตลาดนี้

ยืนยันได้จากประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกตัว ไปช่วยแก้เครื่องจักรในโรงงานปูนซีเมนต์ ณ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งตอนนั้นกำลังเผชิญกับปัญหาระบบไฟฟ้า ถึงขนาดเจ้าของ เครื่องจักรจากฟินแลนด์ก็ยังไม่สามารถช่วยกอบกู้สถานการณ์ ให้ดีขึ้น ในที่สุดชื่อของ “สมศักดิ์ หลิมประเสริฐ” จากแดน สยามเมืองยิ้มก็ถูกเอ่ยถึงในวงสนทนา เขาบินไปมาเลเซียทันที ทีได้รับการทาบทามขอความช่วยเหลือ จากนั้นจัดการแก้ปัญหา พร้อมออกแบบระบบใหม่ให้ร่วมทำงานกับระบบเก่าอย่างลงตัว แบบทันใจ เขียนแบบเสร็จชนิดม้วนเดียวจบพร้อมบทสนทนา ในวงประชุมพอดี สร้างความประหลาดใจและนำไปสู่การตอบ รับเป็นลูกค้า ก่อนผูกสายสัมพันธ์กับ CPT ยาวนานมาจนถึงทุก วันนี้ นี่เป็นจุดเล็กๆ ในการทำงานแต่สร้างประวัติศาสตร์หน้า ใหม่ของการยอมรับที่ยิ่งใหญ่ให้กับ CPT ในต่างแดน

                ลูกค้าเชื่อมั่นใช้บริการ

กว่า 2 ทศวรรษ CPT ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ “มูลค่าโครงการที่เราเคยทำไว้สูงสุดอยู่ที่ 300 ล้านบาท ซึ่งตลาดเมืองไทยสร้างรายได้หลักให้บริษัทราว 90% โดยลูกค้าส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานน้ำตาล โรงงานกระดาษ โรงงานยางรถยนต์ โรงงานซีเมนต์ และล่าสุดเราได้ลูกค้าใหม่ คือ บริษัท คอนติเนนทอล เอจี  ผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลก วางใจให้ CPT เป็นผู้ก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยและระบบสายส่งให้กับโรงงานของ คอนติเนนทอล ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช 4 มูลค่าประมาณ 120 ล้านบาท รวมไปถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมา CPT ได้ลงนามความร่วมมือกับทาง Siemens ในการซื้อลิขสิทธิ์นวัตกรรมตู้ไฟฟ้าระดับพรีเมียม แล้วผลิตในโรงงานของ CPT ในประเทศไทย”

                ตราบใดที่โรงงานยังเดิน ก็จะยังมีงานอย่างต่อเนื่องนี่คือโอกาสของ CPT

ขณะที่ตลาดต่างประเทศถือว่ามีแนวโน้มสดใส โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย ที่มีโรงงานน้ำตาลใหม่เกิดขึ้นมาก ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของประเทศที่จะไม่นำเข้าน้ำตาลในอีก 5 ปีข้างหน้า  ทั้งนี้รายได้จากต่างประเทศในปัจจุบันคิดเป็น 10% ของรายได้บริษัททั้งหมด โดยมีตลาดสำคัญอยู่ที่อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย จีน และบังกลาเทศ
“จากเริ่มต้นจนถึงวันนี้ ยังไม่มีบริษัทคนไทยรายใดที่มีศักยภาพในการให้บริการเทียบเคียงกับ CPT ได้ ขณะเดียวกัน CPT ก็ยังต่อกรกับบริษัทต่างชาติได้อย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยการผงาดออกสู่ตลาดอาเซียน รวมทั้งจีน จนเป็นที่ยอมรับ หากเป็นการวางระบบไฟฟ้าในโรงงานน้ำตาล เรากล้าพูดได้เต็มปากว่า CPT คือเบอร์ 1 ในอาเซียน” CEO ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนหลักร่วมก่อตั้ง CPT กล่าวด้วยรอยยิ้มภูมิใจ

                เข้าตลาดฯ ระดมทุน เติบโตอย่างยั่งยืน 

ปี 2560 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ CPT  นั่นคือการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ด้วยเล็งเห็นว่า การเข้าระดมทุนครั้งนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันให้กับบริษัทได้  ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนขยายงาน มองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริม การคิดค้นนวัตกรรมขึ้นรองรับ หรือพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน  พร้อมความมุ่งหวังตั้งใจที่อยากให้  CPT เป็น “บริษัทคนไทยที่มีศักยภาพในการยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย”

ที่ผ่านมาบริษัทเติบโตต่อเนื่องอย่างมั่นคง แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคทางเศรษฐกิจในบางปีก็ตามที สำหรับอนาคต โอกาสของบริษัทก็ยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (Eastern Economic Corridor: EEC)  อภิมหาโครงการที่มีโรงงานจากทั่วโลกเข้ามาลงทุน สอดคล้องกับแนวทางบริษัทที่มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของประเทศ นำการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่สร้างเสริมประสิทธิภาพให้กับโรงงานอุตสาหกรรม

“ตราบใดที่โรงงานยังเดิน พวกเขาก็ยังต้องพึ่งพาเรา นี่คือโอกาสของ CPT”  สมศักดิ์ยืนยัน ก่อนบอกเพิ่มเติมว่า ในเวลาเดียวกันบริษัทก็ยังรักษา ฐานลูกค้าเก่า” ไว้อย่างมั่นคง นอกเหนือจากให้บริการวางระบบไฟฟ้าแล้ว CPT ยังมีการนำเสนอการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้กับพวกเขาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังที่จะเติบโตไปพร้อมกัน

                โปรเจ็กต์แห่งอนาคต

ทุกวันนี้ CPT ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะมองหาโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเองเสมอ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ  โปรเจ็กต์แห่งอนาคต”  ระบบการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง  “บริษัทมองว่า แนวโน้มของการพัฒนาประเทศเช่นนี้น่าจะเกิดขึ้นได้เหมือนกับที่โครงการสร้างรถไฟฟ้าที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว  หากรัฐบาลพร้อมลงทุนกับโครงการขนาดยักษ์ที่มีมูลค่าสูงนับล้านล้านบาท   และเปิดทางเอกชนให้เข้าร่วม  ทาง CPT ก็พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในกลไกพัฒนาประเทศ”

คุณสมศักดิ์ หลิมประเสริฐ ประธานกรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์

                CPT มีความยั่งยืนทางธุรกิจเป็นหนึ่งในฟันเฟือง ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ การคิดค้น AI (Artificial Intelligence) เพื่อใช้งาน นับเป็นอีกโครงการหนึ่งที่บริษัทให้ความสนใจ“ปัจจุบัน CPT มีทีมพัฒนาศึกษาหุ่นยนต์ ซึ่งตอนนี้เราซื้อหุ่นยนต์มาแล้ว 2 ตัว อยู่ระหว่างพัฒนาต่อยอดซอฟต์แวร์ด้าน AI ขึ้นมา เพื่อใช้ตอบโจทย์ความต้องการโรงงานอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เป็นตัวเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยลดต้นทุนด้านคน และทำให้การผลิตได้เร็วขึ้น คาดว่าภายใน 2 ปีจะเปิดตัว”

                CPT มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาก บริษัทมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่  ลูกค้ามีงบประมาณมาก  เช่น กลุ่มปูนซีเมนต์ไทย เราไม่ได้อยู่บนฟองสบู่ เราไม่ได้เป็นสินค้าแฟชั่นหรือความงามที่พร้อมจะตกกระแสไปเมื่อไรก็ได้ เราอยู่กับฐานลูกค้าใหญ่ ที่จะอย่างไรก็ต้องอยู่ต่อไป ถ้าลูกค้าโต เราก็โตด้วย เช่น ปูนซีเมนต์ไทยคงไม่มีทางที่จะล้ม บริษัทมีแต่ดีกับดีมาก โอกาสพังลงหรือไม่มีทางไปแทบไม่มี และนั่นคือจุดแข็งของ CPT”   

                จุดเด่นที่แข็งแกร่ง

แม้ตัวเลขรายได้ในปีที่ผ่านมาจะปรับตัวลดลงตามสภาพเศรษฐกิจ จาก 1,239 ล้านบาท ในปี 2560 มาอยู่ที่ 963 ล้านบาทในปี 2561 แต่ก็อยู่ในจุดที่ยังมีกำไรและเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น  อีกทั้งยังเชื่อว่า ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะยังรักษาการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไปได้ โดยเฉพาะผลกำไร บริษัทมั่นใจว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถจ่ายเงินปันผลที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอีกด้วย

“ในระยะยาวผมอยากให้ CPT มีความยั่งยืนทางธุรกิจ อยู่ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวหน้า เป็นหนึ่งในฟันเฟืองช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งหากจบจากคนรุ่นผมไป  ก็อยากให้มีมืออาชีพเข้ามาทำเพื่อให้อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน”

ตู้ SIVACON

                Business Model

ปัจจุบัน CPT เป็นผู้ให้บริการระบบไฟฟ้ากำลังสำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องจักร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเชิงการแข่งขันแก่ภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมถึงการจำหน่ายอุปกรณ์และระบบควบคุมไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงให้บริการติดตั้งและก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย ถือเป็นบริษัทเดียวของคนไทยที่มีศักยภาพในการให้บริการสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานกระดาษ โรงงานน้ำตาล หรือกลุ่มโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก โดยปี 2561 มีรายได้ 964.18 ล้านบาท  มีกำลังการผลิตตู้ระบบไฟฟ้า 4,000 ตู้ต่อปี

ข้อมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งจากหนังสือ Stock Guide 2019-2020 ดาวน์โหลด E-Book ฉบับเต็ม ฟรี ได้ที่ >> http://bit.ly/2WNQiHi