ทำไมเราต้องมีการจัดการการเงินที่ดี

คำถามนี้คนส่วนใหญ่ชอบถามมากๆเวลาที่ผมเองมีโอกาสได้ไปบรรยายเรื่องการลงทุนในที่ต่างๆ คำถามที่ผมเจอนั้นจะเป็นคำถามที่เทรดเดอร์มักจะสงสัยเสมอ นั่นคือ “ตุณเต้มีวิธีการจัดการและวางแผนการเงินอย่างไรให้รอดครับ…แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เทรดเดอร์ทุกคนทำไม่ได้หรือทำได้ไม่ดี” เพราะอะไรทราบหรือไม่ครับ

คำตอบ คือ เพื่อนๆส่วนใหญ่อยากรู้เรื่องนี้ แต่พอรู้แล้วก็ไม่ทำหรือทำไม่ได้ วันนี้ผมจึงอยากจะย้ำอีกครั้งครับว่าหลักการง่ายๆในการจัดการการเงินให้เราสามารถเทรดหรือลงทุนให้รอดเป็นอย่างไร เรามาดูกันทีละข้อเลยครับ

1.รู้ว่าเรามีเงินเท่าไร : คำถามนี้เพื่อนๆส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดอย่างมากเพราะคิดไปเองว่าเรามีเงิน 1 ล้านก็ลงทุนได้ 1 ล้าน อันนี้ผิดมากๆเพราะเรามีเงิน 1 ล้านไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถลงทุนได้ทั้งหมดนั่นเอง ต้องดูความเสี่ยงที่รับได้,ค่าใช้จ่ายอื่นๆหรือเงินเผื่อฉุกเฉิน เป็นต้น เพื่อนๆลองคิดดูนะครับถ้าลงได้หมดแสดงว่าเรากำลังเข้าสู่การ All In หรือเรียกอีกอย่างว่า “การพนัน”ซึ่งมักจะจบไม่สวยทุกครั้ง (บทความในที่ต่างๆแสดงให้เห็นอยู่เสมอ)

2.รู้ว่าต้องเพิ่มการลงทุนเมื่อไร : ยกตัวอย่าง เช่น TFEX ผมเองจะวางเงินต่อ 1 สัญญา คือ 50,000 บาท นั่นแปลว่าถ้าผมมีเงิน 1 แสนบาท ผมจะลงทุน 2 สัญญา ผมจะไม่เพิ่มน้ำหนักการลงทุนจนกว่าผมจะมีเงิน 1 แสน 5 หมื่นบาท เพราะผมเองกำหนดว่าสัญญาละ 50,000 บาท ดังนั้นก็ทำตามแผนที่วางเอาไว้ แบบนี้จะไม่มีความโลภเวลาได้กำไรและไม่มีความเสียใจเวลาขาดทุนเพราะเราได้กำหนดเงินที่วางไว้แล้วตั้งแต่ต้น (วางเงิน 50,000 ต่อ 1 สัญญา คือ ระบบของผมนะครับอบ่างเอาไปใช้กับตัวเอง ต้องหาที่เหมาะสมกับตัวเองนะครับ อันนี้เตือนไว้ก่อน)

3.รู้ว่าเมื่อไรต้องลดการลงทุน : ข้อนี้ยากมากๆครับเพราะผมเองกว่าจะทำได้ก็เป็นปีๆเนื่องจากบางครั้งที่เราสามารถทำกำไรได้เป็นเวลานานๆนั้นทำให้เราเกิดความมั่นใจที่มากเกินไปและอาจจะเจอช่วงที่ระบบมีปัญหาจริงๆซึ่งตอนนั้นเราเองจะไม่ค่อยยอมรับกัน เนื่องจากเรามั่นใจเกินไปนั่นเอง ตรงนี้ถ้าเรามีการกำหนดว่าเงินลงทุนลดลงเท่าไรจะลดการลงทุนลงหรืออาจจะหยุดเทรดช่วงหนึ่งหรืออาจจะเพิ่มเงื่อนไขที่ลดการเทรดหรือการลงทุนลง เช่น ถ้าเงินลงทุนลดลง 30% จะเพิ่ม ATR / 2 มากำหนด Stop Lossในช่วงนั้นการขาดทุนก็จะลดลง เป็นต้น (แต่ผมไม่ได้บอกว่ากำไรจะดีขึ้นนะครับ ตรงนี้ขึ้นอยู่กับระบบของเพื่อนๆเอง อย่าลืมทดสอบก่อนเทรดจริงเสมอ)

4.เข้าใจลักษณะของสินค้า : จุดนี้เองเพื่อนๆส่วนใหญ่ไม่แม้แต่พยายามจะเข้าใจว่าสินค้า ผมยกตัวอย่าง เช่น มือใหม่จริงๆชอบไปเริ่มลงทุนใน TFEX ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่ง ในมุมมองของผมเริ่มจากการลงทุนใน Option เฉพาะฝั่ง Long เท่านั้น (เพราะจำกัดความเสี่ยง) เพื่อฝึกในการสังเกตสินค้าให้ได้ก่อนว่าเวลาได้เป็นอย่างไรและเวลาเสียหรือขาดทุนเป็นอย่างไร นั่นเอง (แต่ก็บอกได้ว่าคนส่วนใหญ่ชอบเข้าไปที่ TFEX  และก็เอาเงินไปทิ้งในตลาดนั่นเอง)

ผมอยากจะสรุปสั่นๆว่า “Basic is the best” หรือพื้นฐาน คือ ที่สุดของการลงทุนให้รอดและมั่นคง

*************

วิถีลงทุน By เต้

อ่านบทความหุ้นเพิ่มเติม

คอร์สเรียนหุ้น จาก stock2morrow