GSTELพร้อมเทรดใหม่พ.ย. เร่งส่งงบ-ปรับโครงสร้างหนี้

ทันหุ้น – GSTEL ตั้งเป้ากลับมาเทรดตามปกติ ภายในวันที่ 16 พ.ย.62 หลังส่งงบครบทุกไตรมาส เล็งสรุปแผนปรับโครงสร้างหนี้ภายใน 1 เดือน คาดแล้วเสร็จปลายปีนี้ พร้อมเตือนผู้ถือหุ้นเดิมตัดสินใจการลงทุนอย่างรอบคอบขายหุ้น หลังตลท.ปลด SP ชั่วคราว 1 ก.ค.นี้         

นางสาวสุนทรียา วงศ์ศิริกุล กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบัญชี บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GSTEL เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมนำเรื่องบการเงินสิ้นไตรมาส 1/2562 เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อพิจารณาอนุมัติและน่าจะสามารถแจ้งต่อทางตลาดหลักหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อย่างเป็นทางการได้ในวันนี้ (27 มิ.ย. 62) ซึ่งจะทำให้บริษัทไม่มีงบการเงินค้างส่งอีกแล้ว

และหลังจากนี้คงจะมีการทยอยดำเนินการส่งงบการเงินติดต่อกันอีก 2 ไตรมาส (ไตรมาส2-3 ของปีนี้) เพื่อเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของทางตลท.ในการปลดล็อกเครื่องหมายหยุดพักซื้อขายหุ้นชั่วคราว (SP) ของหุ้น GSTEL โดยคาดน่าจะสามารถกลับมาเทรดได้ตามเกณฑ์ปกติในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้หรือในช่วงไตรมาส 4/2562

ส่วนกรณีที่ทางตลท.ประกาศได้มีการประกาศให้หลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP เป็นเวลามากกว่า 3 เดือน และให้สามารถกลับมาทำการซื้อขายเป็นการชั่วคราวในตั้งแต่วันที่ 1-31 กรกฎาคม 2562 ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหุ้นของ GSTEL เบื้องต้นมองว่าเป็นผลเสียมากกว่าผลดีต่อผู้ถือหุ้น เพราะไม่มีการเกณฑ์การควบคุมการซื้อขายหุ้นของหลักทรัพย์แต่อย่างใด เพราะปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างทางการเงินใกล้แล้วเสร็จ ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ถือหุ้นของ GSTEL เดิมพิจารณาการตัดสินใจจากการลงทุนอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

*คาดปรับโครงสร้างเสร็จปีนี้

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมาทางที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ GSTEL ได้พิจารณาอนุมัติรับรองงบการเงินปี 2560 รวมทั้งได้มีการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีสำหรับรับรองงบการเงินปี 2561 และ 2562 เรียบร้อยแล้ว และเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ทางบริษัทได้มีการแจ้งรายงานงบการเงินไตรมาส 1-3 ของปี 2561 ต่อตลท.เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ทางตลท.ได้มีการประกาศให้หุ้น GSTEL จัดเป็นหุ้นที่อยู่ในกลุ่ม “RESUME STAGE” ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2562

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัทในส่วนต่างๆ ซึ่งมีวงเงินเกือบ 1 หมื่นล้านบาท คาดคงได้เห็นความชัดเจนภายใน 1 เดือนหรือภายในเดือนกรกฎาคม 2562 และหลังจากนั้นคงจะมีการเจรจากับผู้ที่มีส่วนได้เสียทั้งหมด อาทิ กลุ่มเจ้าหนี้, กลุ่มผู้ถือหุ้น ฯลฯ ก่อนจะมีการนำเสนอแผนข้างต้นต่อทาง คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลท. เชื่อกระบวนการปรับโครงสร้างนี้ครั้งนี้คงแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2562

“สาเหตุที่ GSTEL ส่งงบการเงินล่าช้า เนื่องจากจำเป็นจะต้องรอผลสรุปเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเพื่อประเมินความเสียหายจะขั้นตอนการซื้อขายเศษเหล็กในภาคตะวันออก และตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ทำให้เราไม่มีงบการเงินค้างส่งอีกต่อไปแล้ว และคงเหลือเพียงการส่งงบให้ติดต่อกันอีก 2 ไตรมาส เพื่อให้เข้าเกณฑ์ขอปลด SP ได้เท่านั้น” นางสาวสุนทรียา กล่าว

*เดินเครื่องผลิตเต็มสูบ

นอกจากนี้ ปัจจุบันโรงงานของ GSTEL ได้มีการกลับมาเดินเครื่องผลิตได้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา จากที่ได้มีการหยุดผลิตไปเป็นเวลาราว 3 เดือน หลังได้รับการสนับสนุนวงเงินกู้จากทางกลุ่ม SSG จำนวน 70 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ โดยล่าสุดบริษัทได้มีการเดินกำลังผลิตอยู่ที่ราว 6-6.5 หมื่นตันต่อเดือนในช่วง Off-peak และเป็นในรูปแบบการผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้าในประเทศ และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะลูกค้าไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าในปริมาณมากๆ และทางบริษัทสามารถจัดส่งได้ในเวลาอันรวดเร็วเพียง 1-2 วันทำการ เมื่อเทียบกับการนำเข้าจากต่างประเทศที่ต้องใช้เวลาเป็นเดือน