SUSCOค่าการตลาดขึ้น ต่อยอดสาขาเร่งรายได้

ทันหุ้น—ผู้บริหาร SUSCO ชี้ดีมานด์น้ำมันโต ค่าการตลาดเพิ่ม ภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้น หนุนยอดขายปีนี้เติบโตตามเป้า 8%  เร่งขยายสถานีบริการปีนี้ 20 แห่ง รุกทำแคมเปญระยะสั้นกระตุ้น พร้อมเดินเกมธุรกิจ Non-Oil ตั้งเป้า 2-3 ปี รายได้แตะ 100 ล้านบาท  

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO เปิดเผยว่า ขณะนี้ดีมานต์การใช้น้ำมันเติบโตอย่างต่อเนื่อง  เชื่อว่าหากภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จะมาช่วยสนับสนุนการใข้น้ำมันด้วย อีกทั้งขณะนี้ค่าการตลาดก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมผลประกอบการน่าจะเติบโตได้ดี โดยคาดว่าปริมาณขายน้ำมันปีนี้จะเติบโตตามเป้าที่ 8% ซึ่งบริษัทมีจัดแคมเปในการส่งเสิมการขายต่อเนื่อง เช่นการรับน้ำดื่มซัสโก้ขนาด 1.5 ลิตร 1 ขวด และยาสีฟันเทพไทย ขนาด 5 กรัม 1 หลอด พร้อมสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าทรู ลูกค้า KTC เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นแคมเปญระยะสั้น

“ตอนนี้ผลงานก็เติบโตดี ปริมาณการเติมน้ำมันก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และหากภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้นก็น่าจะหนุนให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีก ส่วนบริษัทเองก็มีแคมเปญกระตุ้นต่อเนื่องเป็นแคมเปญระยะสั้น เป็นหลัก” นายชัยฤทธิ์กล่าว

รุกขยายสาขาดันยอด

ขณะที่แผนการขยายสถานีบริการปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่ 20 สาขา โดยปัจจุบันขยายสาขาไปแล้วกว่า 10 สาขา คาดว่าสิ้นปีจะมีสาขาทั้งสิ้น 250 สาขา  และจะเพิ่มจำนวนสถานีบริการให้ครบ 300 แห่งภายใน 3-5 ปี โดยการลงทุนในสถานีบริการน้ำมันนั้น บริษัทอาจจะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด หรือบางส่วน หรือให้ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันลงทุนทั้งหมดแล้วแต่ความเหมาะสม

ส่วนธุรกิจ Non-Oil ร้านสะดวกซื้อ LAWSON มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าจะขยายสาขาเพิ่มอีกกว่า 10 สาขา และยังจะพิจารณาเปิดร้านกาแฟ รวมไปถึงยังได้เพิ่มสาขา SCG Express บริการส่งพัสดุด่วนในสถานีบริการด้วย  จากงบลงทุนรวม 350 ล้านบาท ทั้งนี้ธุรกิจ Non-Oil ปัจจุบันมียังเป็นสัดส่วนรายได้ที่เล็กน้อย หรือมีรายได้ราว 60-70 ล้านบาท คาดว่าในระยะ 2-3 ปี จะมีรายได้เพิ่มเป็น 100 ล้านบาท

ดีมานด์B10เติบโตดี

พร้อมกันนี้บริษัทยังเดินหน้านโยบายสนับสนุนการใช้ B20 ของรัฐบาล โดยบริษัทเป็นรายแรกที่ร่วมมือกับรัฐบาล ซึ่งตอนนี้มีการจำหน่ายกว่า 50 สถานีบริการแล้ว ซึ่งบริษัทก็เชื่อว่าดีมานต์การใช้ B20 จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากราคาถูกกว่าดีเซลราว 5 บาท และขณะนี้ค่ายรถยนต์บางค่ายก็ประกาศใช้ B20

ส่วนปัจจัยเสี่ยงเรื่องความผันผวนของราคาน้ำมันบริษัทได้กำหนดให้มีมาตรการติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด รวมถึงการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาน้ำมัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทมีการวางแผนการซื้อและการเก็บสำรองน้ำมันในระดับที่เหมาะสมสามารถบริหารต้นทุนเพื่อแข่งขันกับตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ขณะที่แผนการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง ตามแผนงานที่วางไว้ โดยจะสิ้นสุดระยะเวลาโครงการในวันที่ 13 กันยายน 2562  โดยใช้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 325 ล้านบาท หรือคิดเป็นไม่เกิน 110 ล้านหุ้น หรือร้อยละ 10 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

ด้านนักวิเคราะห์เทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ระบุถึงสัญญาณเทคนิคหุ้นSUSCO ว่าแนวโน้มสัญญาณเทคนิคขาขึ้น หลังราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุแนวต้านที่ 3.18 บาท ประกอบกับมีปริมาณการซื้อขายสะสม ดังนั้นแนะนำนักลงทุนสามารถซื้อเก็งกำไรได้ ประเมินแนวต้านที่ 3.38 บาท ส่วนแนวต้านถัดไปที่ 3.42 บาท ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 3.22 บาท