SPRCผ่านจุดต่ำสุด ค่ากลั่นปรับตัว ราคาน้ำมันหนุน

ทันหุ้น-SPRC หุ้นโรงกลั่นกลับมาน่าสนใจ มองธุรกิจผ่านจุดต่ำสุด ค่าการกลั่นน้ำมัน(GRM)ปรับตัวขึ้นอยู่ในระดับ 5 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมโอเปคพยุงราคาน้ำมัน ดันราคาน้ำมันไต่ระดับขึ้น เป็นจังหวะเข้าลงทุนระยะสั้น ประเมินกำไรปี2562 เติบโต 8% แตะ 2.4พันล้านบาท(ไม่รวมผลของ Stock gain/loss)

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยถึงบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)หรือSPRC ว่าเป็นหุ้นโรงกลั่นก่อนหน้านี้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรง จากค่าการกลั่นน้ำมัน(GRM)ที่ปรับตัวลดลงมาอย่างมาก อีกทั้งราคาน้ำมันดิบก็ปรับตัวลดลงมาด้วย รวมไปถึงโรงกลั่นของSPRC มีการผลิตวัตถุดิบปิโตรเคมีด้วย ซึ่งราคาปิโตรเคมีปรับตัวลดลงจึงทำให้ได้รับผลกระทบเชื่อมโยงกัน จึงทำให้ภาพรวมที่กลุ่มโรงกลั่นที่ผ่านมาได้รับผลกระทบในหลายส่วน

โรงกลั่นพ้นจุดต่ำสุด

อย่างไรก็ดีผลกระทบดังกล่าวข้างต้นได้คลายความกังวลลง อย่างค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับ  5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งหากสามารถรักษาระดับดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องจะทำให้มุมมองGRM มีความเสถียรภาพมากขึ้น ส่วนราคาน้ำมันดิบน่าจะมีทิศทางที่ดี หลังโอเปกพยายามจะพยุงราคาน้ำมันด้วยการคงกำลังการผลิต ทำให้มองว่าราคาน้ำมันน่าจะไต่ระดับ เพิ่มขึ้นจากนี้ โดยขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสถานการณ์สงครามการค้าน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้เป็นโอกาสที่จะเข้าลงทุนหุ้นกลุ่มโรงกลั่นในขณะนี้

ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวลดลงแรง ถึงจุด Bottomในรอบหลายปี จึงมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นรับปัจจัยลบก่อนหน้านี้ที่คลี่คลายลง แต่ยังเป็นมุมมองในระยะสั้น เพราะปัจจัยดังกล่าวยังมีความผันผวนได้ ทั้งนี้ประเมินกำไรปกติSPRC ปีนี้จะเติบโต 8%  หรือทำได้ราว 2.4 พันล้านบาท (ไม่รวมผลของ Stock gain/loss) ซึ่งปีนี้อาจจะเห็นกำไรเพิ่มขึ้นอีกจากประมาณการจากสต็อคได้ เพราะสิ้นปี 2561 ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดที่ราว 53ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 62ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ก่อนหน้านี้นายวิชัย ชุณหสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการฝ่ายการเงินและการคลัง บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC คาดว่าค่าการกลั่นในไตรมาส 2/2562 จะปรับตัวดีขึ้น จากสต็อคน้ำมันที่ลดลง และเป็นช่วงฤดูการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นทำให้ภาพรวมสต็อคลดลง นอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยบวกจากองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ที่กำหนดให้เรือเดินสมุทรต้องใช้น้ำมันเตาที่มีค่ากำมะถันต่ำซึ่งน่าจะทำให้มีการใช้น้ำมันดีเซลเข้ามาเป็นส่วนผสมในน้ำมันเตาเพื่อลดค่ากำมะถันลง  ทั้งนี้ยังคาดการณ์ค่าการลั่นทั้งปีที่ 5-7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

เตรียมปิดซ่อมบำรุง

อีกทั้งยังมีแผนปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงเดือนธันวาคม 2562 ขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ซึ่งคาดว่าแผนการดำเนินงานจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยระหว่างการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้สามารถดำเนินการกลั่นน้ำมันดิบได้หลากหลาย และอยู่ในระดับต้นๆ เทียบกับโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิตและคาบสมุทรอินเดีย

นอกเหนือจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นใหญ่แล้ว บริษัท ยังมีโครงการเพิ่มกำลังการผลิตในหน่วยกลั่นน้ำมันดิบ (CrudeDistillation Unit – CDU) และหน่วยผลิตปลายน้ำอื่น ๆ จาก165,000 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 175,000 บาร์เรลต่อวัน  โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ทันทีหลังจากการเสร็จสิ้น โดยงบประมาณการลงทุนทั้งสิ้นอยู่ที่ประมาณ 256 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะไม่มีการเพิ่มทุนใดๆ