รอดูผลการเจรจา ที่ G20

สัปดาห์ที่ผ่านมาSET Indexปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3%หลังจาก ปธ.ทรัมป์ มีการแสดงท่าทีที่อยากเจรจากับจีนเป็นอย่างมากในการประชุม G20 ส่งผลให้ตลาดคาดว่าผลการจรจาน่าจะออกมาในทิศทางที่ดี นอกจากนี้ผลการประชุมนโยบายการเงินของFED ยังส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ พร้อมกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ของสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 1.991% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หนุนกระแสเงินเข้าลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง

ด้านราคน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดที่สูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านหลังอิหร่านยิงโดรนของสหรัฐฯตกที่บริเวณช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางซึ่งคิดเป็น 20% ของอุปทานโลก โดยประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตามต่อคือ การเผชิญหน้าระหว่างสองชาติ ซึ่งสงครามอาจเกิดขึ้นหาก 1)อิหร่านใกล้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ 2)อิหร่านมีการโจมตีสหรัฐฯทางทหารอย่างรุนแรง 3)มีการปิดช่องแคบ Hormuz ทั้งนี้โอเปคกับพันธมิตรจะมีการประชุมกันในวันที่ 1-2 ก.ค.นี้ ต้องติดตามว่าจะมีการลดกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปจนถึงสิ้นปีหรือไม่

มุมมองตลาดสัปดาห์นี้เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อ SET Index แต่คาดตลาดมีการพักตัวเพื่อรอดูผลการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,700-1,740 จุด ทั้งนี้คาดจะยังเห็น fund flow ไหลเข้าลงทุนหุ้นไทยจากการที่ผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับตัวลงส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้นในเชิง Yield gapนอกจากนี้ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะมีหุ้นที่ได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทแข็งค่า คือ กลุ่มธุรกิจที่นำเข้าสินค้ามาขายในประเทศ (SYNEX TKN SABINA TVO) และกลุ่มธุรกิจที่มีหนี้สกุลดอลลาร์ (EGCO GLOW GULF BGRIM) กลุ่มที่ได้รับผลลบคือ กลุ่มส่งออก(KCE HANA SVI DELTA TU TWPC SAPPE)

กลยุทธ์การลงทุนสำหรับการพักตัวเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นกลุ่มต่อไปนี้

1) กลุ่มหุ้นที่อิงการบริโภคในประเทศ CPALL HMPRO CPF CPN AP

2) กลุ่มหุ้นที่อิงกับโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค AMATA STEC CK BGRIM DTAC BTS

3) กลุ่มปันผลสูง ได้ประโยชน์จากเทรนดอกเบี้ยขาลง และมีเงินไหลเข้าจากกองทุนตราสารหนี้หลังโดนเก็บภาษี 15% ได้แก่ JASIF TFFIF ABPIF JAS QH ADVANC INTUCH SCB

4) กลุ่ม Laggard play ROBINS BJC CENTEL TRUE ORI SCC BBL

5) Pair trade strategy แนะนำ Long BTS/Short BEM (กรณีต่อสัมปทานทางด่วนยังเป็น Key overhang สำหรับ BEM ขณะที่ BTS มีลุ้นได้ต่อสัมปทานสีเขียว), Long STEC/Short CK (จากรายชื่อ รมว.คมนาคมที่ยังไม่แน่นอน), Long SCC/Short PTTGC (ราคาหุ้น SCC/PTTGC มี correlation กับน้ำมัน -16%/75%)

หุ้นแนะนำของเราเลือก TFFIFเนื่องจากเป็นเป้าซื้อของนักลงทุนสถาบันจากแผนที่จะบรรจุใน LTF รูปแบบใหม่ หลังคลังเตรียมต่ออายุ LTF ใหม่โดยให้ลงทุนในหุ้นยั่งยืนและกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 50% และ TFFIF ยังมี upsides จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรอบใหม่ เมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้าปฏิบัติงาน