เวลาที่หุ้นโรงกลั่นตกต่ำสุดขีด คือเวลาเหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวสะสม

ผมได้รับคำถามมาเยอะนะครับว่า หุ้นโรงกลั่นเมื่อไหร่จะฟื้นตัว คำตอบคือ มี 2 ตัวแปรหลักที่มีอิทธิพลมากสุดต่อผลการดำเนินงานของบริษัทเหล่านี้

ตัวแปรแรก ค่าการกลั่นหากดูจากภาพด้านล่างพบว่าค่าการกลั่น (GRM)ปรับลงมาตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีเฉลี่ยอยู่ที่ 4.10ดอลลาร์/บาร์เรลและไตรมาส 2 ของปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 3.98ดอลลาร์/บาร์เรล จากผลกระทบสงครามการค้าที่ทำให้คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปจะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่แนวโน้มเริ่มค่อยๆ ฟื้นตัว

ตัวแปรที่ 2 คือ แนวโน้มราคาน้ำมันดิบยังมีโอกาสปรับขึ้นในระยะสั้นนี้ จาก 3 ปัจจัยคือ1) เกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังอิหร่านยิงโดนสหรัฐตก 2) ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และ 3) มีความหวังในเชิงบวกต่อการเจรจาการค้ารอบใหม่ ดังนั้นหากราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นโรงกลั่นก็จะได้กำไรจากสต๊อกน้ำมัน ไตรมาสแรกที่ผ่านมามีผลขาดทุน ส่วนไตรมาสที่ 2 ตอนแรกคาดจะขาดทุนจากสต็อกมาวันนี้ราคาน้ำมันดิบดีดกลับเร็วจนเท่ากับหรือสูงกว่าต้นไตรมาสแล้ว นั่นหมายความว่าที่คาดกันว่าโรงกลั่นจะขาดทุนจากสต็อกนั้นไม่เป็นจริงเสียแล้ว ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่สอดรับตรงนี้

กลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้:กรณีที่แนวโน้มราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หุ้นที่จะได้ประโยชน์สูงสุดคือ PTTEP เพราะเป็นบริษัทสำรวจและผลิตจำหน่ายปิโตรเลียม ส่วนหุ้นโรงกลั่นจะเห็นได้ว่าราคาหุ้นใกล้เคียงกับมูลค่าตามบัญชี หรือต่ำกว่า ซึ่งโดยหลักการ หุ้นที่จะเทรดต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี ก็ต่อเมื่องคาดว่าประสพภาวะขาดทุนในอนาคต ซึ่งบริษัทเหล่านี้เรายังไม่เห็นโอกาสของการขาดทุนเลยตามที่เราได้กล่าวข้างต้นดังนั้นหุ้นโรงกลั่นดูมีราคาที่ถูก เพียงแค่รอการฟื้นตัวของค่าการกลั่นและราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นมีความผันผวนสูง นักลงทุนต้องติดตามข้อมูลเหล่านี้อย่างใกล้ชิดหากต้องลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ หุ้นที่เราชอบมากสุดจะเป็น

SPRC (ซื้อSPRC: (ซื้อ, เป้าเชิงกลยุทธ์ 11 บาท) – ค่าการกลั่นฟื้นตัว+ได้ผลบวกจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบ

PTTGC (ซื้อ, เป้าเชิงกลยุทธ์ 66 บาท) – ราคาหุ้นต่ำเกินไป ขณะที่พื้นฐานยังแข็งแรง

*หุ้นที่ไม่มีการทำบทวิเคราะห์