KWM ผุดสินค้าทำเงินครึ่งหลัง เร่งปั๊มยอดขายเอกชนพุ่งเท่าตัว

ทันหุ้น – KWM ลุยคลอดโปรดักส์ใหม่ทำเงิน ส่งเครื่องจักรบำบัดน้ำเสียลงตลาด คาดโกยล็อตแรก 60 ล้านบาท พร้อมใส่เกียร์ขายสินค้าภาคเอกชน คาดปีนี้พุ่งขึ้นเท่าตัว ส่งซิกผลประกอบการครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก มั่นใจยอดขายมาตามนัด หรือโต 20%

นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร ได้แก่ ใบผาล โครงผาล ใบเกลียวลำเลียง และใบดันดินเปิดเผยว่าบริษัทจะออกสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องจักรบำบัดน้ำเสียภายในโรงงานเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า ปัจจุบันอยู่ระหว่างนำเครื่องบำบัดน้ำเสียให้ลูกค้าที่เป็นโรงงานขนาดใหญ่ทดสอบการใช้งาน คาดจะรู้ผลไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้ โดยบริษัทคาดจะมียอดขาย 1 เครื่อง มูลค่า 60 ล้านบาท หากจำหน่ายให้กับลูกค้าแรกได้แล้ว คาดจะมีคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จากโรงงานอื่นๆ อีก 18 โรงงาน

ขายสินค้าใหม่อัพยอด

ขณะที่สินค้าประเภทใบผาล ใบโรตาลี ที่เป็นสินค้าใหม่คาดจะจำหน่ายในไตรมาส 3/2562 นี้ คาดจะช่วยสนับสนุนยอดขายครึ่งปีหลังให้เติบโตสูงกว่าครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตามบริษัทยังจับตานโยบายจากรัฐบาลใหม่ว่าจะสนับสนุนภาคการเกษตรอย่างไรบ้าง แต่บริษัทคาดรัฐบาลจะยังให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรแน่นอน เพราะประเทศไทยเป็นประเทศแห่งเกษตรกรรม

ขณะเดียวกันบริษัทคาดยอดขายในปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 20% จากปีก่อน 338.86 ล้านบาท โดย 3 เดือนแรกบริษัทมียอดขายแล้ว 113.97 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 11.18 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการจำหน่ายสินค้าให้กับคู่ค้าหลัก 80% อย่าง บริษัท สยาม คูโบต้า จำกัด ทั้งนี้คูโบต้า ตั้งเป้าการเติบโต 10% บริษัทจะเติบโตไปตามลูกค้าด้วยเช่นกัน

ส่วนสัดส่วนที่เหลือจะมาจากการจำหน่ายสินค้าของภาคเอกชน ซึ่งมีอัตรากรรเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทเดินเครื่องกำลังการผลิตเต็ม 100% เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ส่วนกำลังการผลิตทั้งหมดบริษัทคาดจะผลิตสินค้าได้ 3-4 แสนตันต่อปี สำหรับการจำหน่ายสินค้าให้กับภาคเอกชน คาดปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัว ซึ่งครึ่งปีแรกปีนี้บริษัททำยอดขายได้แล้ว 10 กว่าล้านบาท จากปีก่อนทั้งปีทำได้ที่ 8 ล้านบาท

ลดต้นทุนเพิ่มมาร์จิ้น

นอกจากนี้บริษัทจะพยายามผลักดันยอดขายสินค้าเก่าให้เติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเดินหน้าลดต้นทุนการผลิตสินค้าให้ได้มากที่สุด ล่าสุดบริษัทจะนำเข้าวัตถุดิบที่ผลิตจากจีนเข้ามา ซึ่งการนำเข้าเหล็กที่จีนตัดเรียบร้อยแล้ว จะช่วยลดต้นทุนของบริษัทได้ถึง 5% โดยล็อตแรกบริษัทจะนำเข้าเหล็กจำนวน 200 ตัน อย่างไรก็ดีบริษัทคาดการลดต้นทุนดังกล่าวจะสนับสนุนมาร์จิ้นของบริษัทให้เพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก

อย่างไรก็ตามบริษัทมองภาพรวมอุตสาหกรรมการเกษตรมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของภาคการเกษตรของประเทศไทย ที่ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะเป็นสินค้าวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมหลากหลาย และบริษัทยังมีลูกค้าหลักที่บริษัทได้รับจ้างผลิตสินค้าตามแบบที่ลูกค้ากำหนด