‘TVT’ปั๊มผลงานพลิกบวก ลุยผลิตรายการ-โฆษณาฟื้น

ทันหุ้น – TVT เร่งเครื่องดันผลงานพลิกบวก จับตาไตรมาส 2/62 ฟื้นคืนชีพ ชี้เม็ดเงินโฆษณาเริ่มกลับมา พร้อมฉายทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังแจ่ม เตรียมรับผลิตรายการเพิ่มเป็น 10 รายการ จากปัจจุบัน 7-8 รายการ เร่งปั๊มรายได้ผลิตคอนเทนต์โตเท่าตัวแตะ 25-30 ล้านบาท

นายพิรัฐ เย็นสุดใจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVT ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและให้บริการผลิตรายการโทรทัศน์ รับจัดงานอีเว้นต์ และจำหน่ายหนังสือที่สืบเนื่องจากการทำรายการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มผลประกอบการทั้งปีจะพลิกเป็นบวกแม้ไตรมาส 1/2562 บริษัทขาดทุน 3.81 ล้านบาท โดยจะเริ่มเห็นผลประกอบการกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ไตรมาส 2/2562 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากเม็ดเงินโฆษณาที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับลูกค้าหลายรายเริ่มใช้เงินโฆษณาสินค้าเพิ่มมากขึ้น

รับผลิตรายการเพิ่ม

อย่างไรก็ดีบริษัทประเมินแนวโน้มภาพรวมอุตสาหกรรมการผลิตรายการโทรทัศน์ครึ่งปีหลัง ยังมีความต้องการสูงโดยบริษัทตั้งเป้าจะผลิตรายการโทรทัศน์เพิ่มเป็น 10 รายการ หรือเพิ่มอีก 3 รายการ จากปัจจุบันอยู่ที่ 7-8 ราย ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าหมายรายโต 10-15% จากปีก่อน 522.96  ล้านบาท โดยการเติบโตจะมาจากธุรกิจการผลิตรายการโทรทัศน์ให้กับช่องทีวีดิจิทัล ที่คาดจะเติบโต 20% ซึ่งยังคงมุ่งเน้นการผลิตรายการโทรทัศน์ให้กับช่องทีวีดิจิทัลเดิม

ขณะที่ปีนี้มีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่ม คือ PPTV เพื่อผลิตละครป้อนให้กับช่องดังกล่าว โดยวางงบลงทุนด้านการผลิตคอนเทนท์ไว้ที่ 180-200 ล้านบาท ด้านรายได้จากการขายโฆษณาทางโทรทัศน์ปีนี้ตั้งเป้ามีรายได้ที่ 200-210 ล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 180 ล้านบาท อีกทั้งบริษัทมีแผนจะเพิ่มรายได้จากการผลิตคอนเทนต์ เพื่ออัพโหลดลงในช่องออนไลน์ทาง Youtube โดยตั้งเป้ารายได้จะเติบโตเป็นเท่าตัวมาที่ 25-30 ล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 17 ล้านบาท และคาดรายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ต่อปี ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า พร้อมกันนี้บริษัทประเมินทิศทางผลประกอบการครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกตามเม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตัว

จับตามาร์จิ้นดีขึ้น

นายพิรัฐ กล่าวต่อว่า บริษัทจะมีรายได้จากค่าเช่าสตูดิโอ โดยมีการปล่อยเช่าราว 40% ของ Capacity ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบัน TVT มีสตูดิโอทั้งสิ้น 3 แห่ง อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทยังคงควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในด้านการรับจ้างผลิตรายการ และค่าใช้จ่ายการบริหารให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้น โดยคาดอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin ) และ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จะทำได้ดีกว่าปีก่อน ที่อยู่ที่ 5.91% และ  28.67%  ตามลำดับ อีกทั้งการเพิ่มรายได้จากช่องทางออนไลน์จะช่วยผลักดันมาร์จิ้นให้เพิ่มขึ้นด้วย

“เรามองภาพธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ยังเหนื่อย เพราะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่เชื่อว่ายังมีความต้องการคอนเทนต์หรือรายการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เราตั้งเป้าจะรับผลิตรายการโทรทัศน์เพิ่มอีก 3 รายการ ซึ่งการรับจ้างผลิตรายการจะช่วยสนับสนุนให้เรามีมาร์จิ้นที่ดีขึ้น ส่วนผลประกอบการภาพรวม เรามั่นใจปีนี้จะพลิกเป็นบวกได้แน่นอน แม้ในไตรมาส 1 เราจะติดลบประมาณ 3 ล้านบาท”นายพิรัฐกล่าว