GGCรับอานิสงส์ ราคาปาล์มเด้ง ดันยอดขายพุ่ง

ทันหุ้น—GGC ราคาปาล์มดีดตัว ดันผลงานครึ่งปีหลัง2562ดีกว่าครึ่งปีแรก มั่นใจปริมารณขายโต 10% ตั้งเป้าปีนี้ขายเมทิลเอสเทอร์ที่ 4แสนตัน ดีมานด์ใช้ B10-B20 โตหลังรัฐบาลผลักดัน เดินหน้าสร้าง “นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์” โกยรายได้อีก 4.5 พันล้านบาท ฟากโบรกมองกำไรดำเนินงานไตรมาส2/62โตจากโรงงาน ME แห่งใหม่

นายเสกสรร อาตมางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)หรือ GGC เปิดเผยว่าในช่วงนี้ราคาปาล์มมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่ดี โดยราคาปาล์มจากเกษตกรขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่น้ำมันปาล์มดิบ (CPO)ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 19 บาทต่อลิตร ทำให้ภาพรวมผลประกอบการดีขึ้น แต่ทั้งนี้ราคาเพิ่งจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจะส่งผลดีแก่บริษัทอย่างมีนัยสำคัญ น่าจะเป็นช่วงครึ่งปีหลัง อีกทั้งครึ่งปีแรกนี้บริษัทมีการปิดปรับปรุง โรงงานเมทิลเอสเทอร์ แห่งที่ 1 ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน 2562 ถึ 22 มิถุนายน 2562 และโรงงานแฟตตี้ แอลกอฮอล์ ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน2562 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ทำให้ภาพรวมผลประกอบการครึ่งหลังน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก

ดีมานต์ B10-B20โต

โดยปีนี้คาดว่าปริมาณขายโดยรวมจะเติบโตได้กว่า10%   โดยเฉพาะความต้องการเมทิลเอสเทอร์ ยังมีแนวโน้มที่ดี คาดว่าปีนี้จะขายเพิ่มเป็น 4 แสนตัน จากปีก่อนที่ 3.6 แสนตัน และยังได้รับประโยชน์จากการที่ภาครัฐสนับสนุนการใช้ งาน B10และ B20 ทำให้ดีมานต์เพิ่มขึ้น และเป็นโอกาสที่บริษัทจะทำยอดขายได้สูงขึ้นด้วย พร้อมกันนี้บริษัทยังมีการส่งออกไบโอดีเซลไปต่างด้วย โดยตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 1.8 หมื่นตัน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นประเทศจีน

ส่วนแผนการ ก่อสร้างโครงการ “นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์” (Nakhon Sawan Biocomplex) หรือ NBC ในเฟสแรก มูลค่าลงทุนรวมจะอยู่ที่ ไม่เกิน7,500 ล้านบาท โครงการ NBC ถือเป็นไบโอคอมเพล็กซ์และ Bio Hub ครบวงจรแห่งแรกของไทย และนับเป็นการต่อยอดอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศอย่างเต็มรูปแบบขณะนี้ได้รับใบอนุญาตสิ่งแวดล้อม(EIA) แล้วและจะดำเนินการก่อสร้างต่อไป คาดว่าแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563 หากเสร็จจะสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มอีก 4,500 พันล้านบาท ซึ่งจะแบ่งการรับรู้รายได้ตามสัดส่วนการถือหุ้น    ส่วนเฟสที่2 จะเป็นการผลิตไบโอเคคมีคอล และไบโอพลาสติก ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้คาดว่ามูลค่าการลงทุนจะสูงถึง1-3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระห่างการเจรจากับพันธมิตรต่างประเทศเพื่อร่วมลงทุน

เคาะต้าน12.60 บาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ระบุว่า GGC กำไรจากการดำเนินงานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2562 เนื่องจาก GGC จะสามารถรับรู้รายได้จากโรงงาน ME แห่งใหม่หลังจากเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในเดือนเมษายน

ธุรกิจเมทิลเอสเทอร์น่าจะทำจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/2562 เชื่อว่าธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ (ME) ของ GGC น่าจะทำจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังจะมีข่าวดีเข้ามาหลังจากรัฐบาลส่งเสริมให้ใช้น้ำมันดีเซล B20 ด้วยการตั้งราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลปกติ (B7) อยู่ 5 บาทต่อลิตร ความต้องการใช้น้ำมันดีเซล B20 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนี้ จาก 8.8 ล้านลิตรต่อเดือน สู่ 40 ล้านลิตรต่อเดือนในเดือนเมษายน และ GGC คาดว่าความต้องการจะเพิ่มขึ้นสู่ >80 ล้านลิตรต่อเดือนภายในสิ้นปี 2562

ขณะที่การบังคับใช้น้ำมันดีเซล B10 อาจจะต้องรออีกสักพัก น้ำมันดีเซล B10 (มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 10%) จะเป็นปัจจัยลำดับต่อไปที่จะช่วยกระตุ้นความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบ ถ้ารัฐบาลตัดสินใจปรับเพิ่มส่วนผสมภาคบังคับของไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจากปัจจุบันที่ 7%

ด้านนักวิเคราะห์เทคนิคบริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึงหุ้น GGC ว่าสัญญาเทคนิคมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประเมินแนวต้านที่ 12.60 บาท แนวรับที่ 11.50 บาท แนะนำนักลงทุนเก็งกำไร