ลุ้นวินโดว์เดรสซิ่ง กองทุนเข้าสะสม ชูBBL-VGIเข้าตา

ทันหุ้น –บล.ทิสโก้ ประเมินโอกาสเกิด “Window Dressing” ก่อนปิดงบไตรมาส 2/2562 สูงถึง 73% จากปกติราว 60% และไตรมาส 2 ยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด ประเมินมองหุ้นเข้าข่าย BBL-KBANK-CPN-CPNREIT-RATCH-TTW-VGI 

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ประเมินโอกาสเกิด “Window Dressing” ในไตรมาสนี้สูงถึง 73% โดย “Window Dressing” มักจะมีการกล่าวถึงในช่วงสิ้นไตรมาส เนื่องจากราคาหุ้นบางตัว (รวมทั้งตลาดโดยรวม) มักปรับตัวขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นการทำตัวเลขทางบัญชีให้ดูดีทั้งจากนักลงทุนสถาบัน กองทุน และบริษัทอื่นๆ ที่ลงทุนในหุ้น ด้วยการซื้อเพื่อผลักดันราคาหุ้นให้ปิดสูงขึ้น ทำให้พอร์ทที่ลงทุนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น จากการศึกษาความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายเดือนของทุกไตรมาสย้อนหลังนับตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกปี 2552 เป็นต้นมา

*กองทุนสะสมหุ้นใหญ่

ทั้งนี้พบว่าภาพรวมมีโอกาสเกิดผลกระทบ Window Dressing เฉลี่ยประมาณ 56% โดยในไตรมาส 2 ของทุกปีจะมีโอกาสเกิดพอประมาณที่ 60% แต่จะเป็นไตรมาสที่ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยเป็นบวกสูงที่สุดที่ +1.5% นอกจากนี้ หากพิจารณากับทิศทางของ SET Index ในแต่ละไตรมาสที่สามารถพยากรณ์ได้ว่าจะเกิดผลกระทบ Window Dressing ในไตรมาสนั้นร่วมด้วย (มีความแม่นยำสูงราว 71%)

โดยสรุปสำหรับไตรมาส 2 ปีนี้ มองมีโอกาสเกิด Window Dressing สูงถึง 73% ทั้งนี้หุ้นเข้าข่าย Window Dressing – BBL, KBANK, CPN, CPNREIT, RATCH, TTW, VGI
*BBL เป้าหมาย 228 บาท

โดยฝ่ายวิจัยระบุถึง BBL ว่า ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตที่ 4-6% แม้ว่าจะมีการปรับลด GDP เป็น 3% ต่อปี และคาดว่ารัฐบาลใหม่จะเริ่มโครงการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง และจะทำให้การเติบโตของสินเชื่อเร่งตัวขึ้น ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ไม่มีสัญญาณแย่ลง แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง แม้ NPL จะเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญ แต่การแก้ NPL ยังเป็นไปอย่างล่าช้าเช่นกัน ทำให้ NPL จะยังทรงตัวต่อ และสินเชื่อปรับโครงสร้างที่เริ่มเพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากการที่ BBL มีแพ็คเกจในการปรับโครงสร้างโดย 60% เป็นสินเชื่อบุคคล และ 40% เป็น NPL

ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงทำให้ BBL ต้องจับตาดูสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศเป็นพิเศษ นอกจากนี้รายได้ค่าธรรมเนียมจะเติบโตขึ้นจากประกันและกองทุนรวม โดยเฉพาะประกันของ BLA และ BKI ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสินค้าของ AIA แนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 228 บาท (GGM)

*VGI พื้นฐาน 9.50 บาท

ขณะที่ VGI นั้นฝ่ายวิจัยมีมุมมองในเชิงบวกจากการปรับโครงสร้างธุรกิจเพิ่มแพลตฟอร์มที่หลากหลาย นอกจากนี้ภาพรวมสื่อโฆษณานอกบ้านยังมีโอกาสเติบโตจากสัดส่วนที่ยังต่ำเทียบกับอุตสาหกรรมโฆษณารวม พร้อมกันนี้แนวโน้มผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาวจากการขยายแพลตฟอร์มธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านร่วมกับ PLANB ต่อยอดธุรกิจ, การเข้าร่วมทุนกับธุรกิจโลจิสติกส์ (Kerry TH)

ซึ่งจะเปิดโอกาสทางธุรกิจจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และใช้ฐานข้อมูลที่บริษัทมีอยู่เชื่อมโยงแพลตฟอร์มออฟไลน์และออนไลน์ไว้ด้วยกันให้บริการ O2O Solutions แต่ทั้งนี้ปรับประมาณการลงเล็กน้อยจากธุรกิจสื่อนอกบ้าน MACO สะดุดชั่วคราว อย่างไรก็ดีคาดกำไรสุทธิเฉลี่ย 3 ปีนี้เติบโต 17% (CAGR3y) ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็นปี 2562-2563 อยู่ที่ 9.50 บาท