TACC โบรกชี้พัฒนาสินค้า…ไม่หยุดเติบโต แนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”

หุ้น บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC บ่ายร่วง 2.08% ด้านโบรกเกอร์มองว่า อ่อนตัวเป็นจังหวะซื้อ คาดว่าไตรมาส 2/2562 สามารถทำผลงานออกมาได้ดีเนื่อง ประเมินราคาเหมาะสมที่ 5.10 บาท

ราคาหุ้น TACC ช่วงบ่ายอยู่ที่ 4.70 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 2.08% ระหว่างวันราคาได้ปรับลดลงต่ำสุดที่ 4.66 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 5.59 ล้านบาท

บล.เอเอสแอล มีมุมมองบวกต่อ TACC คาดไตรมาส 2/2562 สามารถทำผลงานออกมาได้ดีเนื่องจาก 1. ปัจจัยจากสภาวะอากาศที่ร้อนมากและยาวนาน 2. การเพิ่มสาขาอย่างต่อเนื่องของ 7-Eleven และการเติบโตผ่านช่องทางที่เป็น non 7-Eleven 3. Characters Business แม้จะมีสัดส่วนรายได้น้อยแต่มีการเติบโตสูง

ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2562 มีกำไรสุทธิ 35.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130.84%YoY จากยอดขายที่เติบโตตามกลุ่มของเครื่องดื่มเย็นโถกดและกลุ่ม non coffee ในมุม All Cafe ที่มากขึ้นตามจำนวนสาขา รวมถึงการเพิ่มเมนูใหม่ๆและการจำหน่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ตัวการ์ตูน

แต่อย่างไรก็ตามรายได้จากกัมพูชาลดลงจากสินค้าชาเขียวพร้อมดื่มแบรนด์เซนย่า ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันที่รุนแรง ด้าน GpM อยู่ที่ 29.6% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 25.6% จากการพัฒนาสูตรในการลดความหวานช่วยให้ต้นทุนลดลง ซึ่งเป็นประโยชน์โดยอ้อมต่อค่าใช้จ่ายการเรียกเก็บภาษีความหวานของสินค้า รวมถึงมีการขายสินค้าที่มี GpM ในสัดส่วนที่สูงมากขึ้น และควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพ

สำหรับไตรมาส 2/2562 คาดยังเติบโตแข็งแกร่ง รายได้ 350 – 400 ล้านบาท เติบโตทั้ง QoQ และ YoY จากสภาพอากาศที่ร้อนมากในช่วงก่อนหน้านี้ และการขยายตัวไปในส่วนที่เป็น non 7-Eleven มากขึ้น โดยปกติแล้วไตรมาส 2 จะมียอดขายที่สูงกว่าไตรมาส 1 มาก แต่สิ่งที่ทำให้ไม่รายได้ไม่แตกต่างกันมากในปีนี้มาจากสินค้าพิเศษตามฤดูการที่ขายในไตรมาส 1 คืออัญชันน้ำผึ้งมะนาว มีกระแสตอบรับที่ดีกว่าไตรมาส 2 ที่คือเมลอนลาเต้ กำไรสุทธิคาดอยู่ที่ 35 – 40 ล้านบาท เติบโต QoQ และ YoY

ทั้งนี้ ประมาณการปี 2562 คาดธุรกิจมีการเติบโตราว 15% อยู่ที่ 1,484 ล้านบาท กำไร 121 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของของ 7 Eleven ทั้งในส่วนของการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม และยอดขายที่เพิ่มจากการขยายสาขาใหม่ สินค้าที่ออกตามฤดูการผลัดเปลี่ยนออกมามีกระแสตอบรับที่ดีช่วยกระตุ้นยอดขายอย่างมาก

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการขายธุรกิจ ไปในส่วนที่เป็น Non – 7 Eleven มากขึ้น อาทิ กาแฟมวลชน Cp Fresh Mart เป็นต้น ที่มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงช่วงไตรมาส 2/2562 จะเริ่มมีการจับมือกับ Homepro ทำหน้าที่คิดและทำเมนูให้กับ cafe plus ด้านธุรกิจ Character Business ที่ทางบริษัทได้ถือลิขสิทธิ์ของ SAN-X ทั้ง Rilakkuma, Sumikko gurashi และ Mamegoma ถึงแม้จะมีสัดส่วนรายได้ต่อธุรกิจน้อย แต่มีการเติบโตที่ดี โดยปี 2019 คาดเติบโตได้ราว 100%

เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” เมื่อราคาอ่อนตัว มองว่า ณ ราคาปัจจุบันยังคงมี upside อยู่ 6.25% ประเมินราคาเหมาสมที่ 5.10 บาท ด้วยวิธี Discount Cash Flow ที่ WACC = 10.93% Terminal Growth 4% (Base case)

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com