หุ้น ROJNA พุ่ง 5.71% โบรกฯ ชี้ราคาไม่แพง เชียร์ “ซื้อ”

หุ้น บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA บวก 5.71% ด้านโบรกเกอร์มอง เป็นหุ้นปลอดภัยในกลุ่มผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม รายได้และกระแสเงินสดที่มั่นคง จะช่วยสนับสนุนให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูงที่ 6.5% แนะนำ “ซื้อ” ประเมินเป้าหมาย 8.50 บาท

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น ROJNA ช่วงเช้าอยู่ที่ 5.55 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 5.71% ระหว่างวันราคาได้ปรับขึ้นมาสูงสุดที่ 5.55 บาท ขณะที่มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 123.24 ล้านบาท

บล.ไทยพาณิชย์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น ROJNA ชี้รายได้ประจำของบริษัทคิดเป็นสัดส่วนสูงที่สุดที่ 66% ของ EBIT สะท้อนถึงรายได้และกระแสเงินสดที่มั่นคง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูงที่ 6.5% บริษัทเตรียมพร้อมเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจากการเติบโตของ EEC โดยเพิ่มสัดส่วนที่ดินในพื้นที่ EEC จาก 40% สู่ 69% ด้วยมูลค่าซ่อนเร้นสูง >1.6 พันลบ. (EPS 0.81 บาท) และสินทรัพย์ดีที่รับรู้ต้นทุนถูก ROJNA จึงไม่ควรซื้อขายต่ำกว่า BV อยู่ 10%

รายได้ประจำสูงช่วยป้องกันความเสี่ยง ROJNA จัดเป็นหุ้นปลอดภัยในกลุ่มผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรรม เพราะ EBIT ในสัดส่วนสูงถึง 66% ของบริษัทเกิดจากรายได้ประจำ ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านผลประกอบการ และสร้างรายได้และกระแสเงินสดที่มั่นคง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทจ่ายเงินปันผลสูง โดยคิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6.5% รายได้ประจำเกิดจากธุรกิจผลิตไฟฟ้ากำลังการผลิต 216MWe (คิดเป็นสัดส่วน 45% ของ EBIT) ธุรกิจผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม (10%) และรายได้เงินปันผลจาก Frasers Logistics and Industrial Trust (FLT) และ GULF (11%)

อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ROJNA เร่งซื้อที่ดินในพื้นที่ EEC (หนองใหญ่ และเขาไม้แก้วในระยอง) เพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้พอร์ตที่ดินโดยรวมของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นสู่ 8,955 ไร่ โดยสัดส่วนที่ดินในพื้นที่ EEC ปรับเพิ่มขึ้นสู่ 69% (จาก 40%) โดยที่ดิน 757 ไร่ ในหนองใหญ่ และ 535 ไร่ ในอยุธยา กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณา EIA และจะพร้อมขายและสร้างรายได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

โรงไฟฟ้า SPP จะหนุนให้ valuation ปรับขึ้นได้อีก การวิเคราะห์ความอ่อนไหวพบว่า valuation มีแนวโน้มปรับขึ้นได้อีก 10% สู่ 9.5 บาท/หุ้น โดยเกิดจากโรงไฟฟ้า SPP1 กำลังการผลิต 109MWe สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กำลังการผลิต 90MW จะหมดอายุในปี 2567 และ ROJNA ไม่น่าจะต่อสัญญา บริษัทจะขายไฟฟ้า 30MW ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมซึ่งปัจจุบันไม่ใช่ลูกค้าของ ROJNA, ขายไฟฟ้า 20MW ให้กับการยาสูบแห่งประเทศไทย ซึ่งโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของ ROJNA และจัดสรรไฟฟ้า 40MW ไว้รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นของลูกค้าเดิม

มูลค่าซ่อนเร้นสูง เราประเมินได้ว่ามูลค่าตลาดของสินทรัพย์บางส่วนปรับตัวเพิ่มขึ้น >1.6 พันลบ. (EPS 0.81 บาท) หรือคิดเป็น upside ของกำไร 27% โดยประกอบด้วย 1.2 พันลบ. (EPS 0.61 บาท) สำหรับ GULF, 223 ลบ. (EPS 0.11 บาท) สำหรับ FLT, 175 ลบ. (EPS 0.09 บาท) สำหรับหุ้น 50% ในบริษัท รัชคาร โฮลดิ้ง จำกัด และการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ที่ดินจำนวน 2,446 ไร่ (ซึ่งคดีความถูกยกฟ้อง) บนถนนบางนา-ตราด กม. 19 ภายใต้ JV TRA (ROJNA ถือหุ้น 25%)

Valuation ต่ำอย่างไม่สมเหตุสมผล หุ้น ROJNA ซื้อขายที่ระดับต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีปี 2562 (ซึ่งรับรู้ต้นทุนที่ดินรอการพัฒนาในราคาถูก) อยู่ 10% อย่างไม่สมเหตุสมผล ในขณะที่มีสัญญาณว่าราคาที่ดินในอยุธยาปรับตัวเพิ่มขึ้น และยังเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ราคาประเมินเฉลี่ยโดยกรมธนารักษ์ทรงตัวอยู่ที่ 30,000 บาท/ตารางวาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก CBRE ราคาขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 2-4 ลบ./ไร่ ในปี 2556-57 สู่ 3-4 ลบ./ไร่ ในปัจจุบัน ยอดขายที่ดินรอรับรู้รายได้ในอยุธยาของ ROJNA เพิ่มขึ้นจาก 289 ลบ. ณ สิ้นปี 2560 สู่ 507 ลบ. ณ สิ้นปี 2561 และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงที่ 65% ในปี 2561 และ 62% ในไตรมาส 1/2562

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com