WHAเฮ!รัฐเร่งเครื่องEEC จับมือหัวเหว่ยเดินหน้า5G

ทันหุ้น – WHA มั่นใจรัฐบาลใหม่ผสม พร้อมเร่งขับเคลื่อน EEC ชี้นักลงทุนเชื่อมั่นขึ้น ล่าสุดรองนายกนำทุนจีนกวางตุ้ง 200 รายเข้าหาช่องทางลงทุน พร้อมรับเทคโนโลยีชั้นสูง แย้มเจรจา huawei เข้าพัฒนาระบบ 5G ยังพื้นที่ในศรีราชา  โบรกส่องหุ้นดีใน EEC เข้าทาง AMATA – WHA – WHAUP – EASTW – ATP30 – ORI

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชัดเจนขึ้น จะนำพามาซึ่งความเชื่อมั่น ในการลงทุนของภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่มีความสามารถและได้กำลังเสริมจากพรรคร่วมอื่นๆ จะเดินหน้าสานต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนเดิมให้มีความต่อเนื่อง

*เร่งรัฐสานต่อโปรเจ็กต์EEC

“ก่อนการเลือกตั้งเศรษฐกิจภายในประเทศมีการชะลอตัวลงจากความกังวลใจการเลือกตั้งภายในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ช่วงสูญญากาศ จากนี้ไปก็คาดหวังว่าในช่วงที่เหลือของปี 2562 นี้ ทางภาครัฐจะเร่งดำเนินการส่วนต่อนโยบาย EEC และกระชับกระบวนการดำเนินงานให้มีความรวดเร็วมากขึ้น เพราะมองว่าในขณะนี้ประเทศไทยเป็นที่จับตาของต่างชาติ ที่ผ่านมามีหลายประเทศเดินทางเข้ามาศึกษาและมองหาโอกาสในการลงทุนอยู่ตลอด”

ในเรื่องของการเอื้อประโยชน์การลดหย่อนภาษีการลงทุนต่างๆ มองว่านโยบายในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสมอยู่แล้ว โดยเฉพาะปัจจัยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่เกิดขึ้น ไทยต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อทำให้ผู้ประกอบการที่มีความต้องการย้ายฐานการผลิตใน 2 ประเทศเข้ามาลงทุนในไทย

พร้อมกันนี้ บริษัทได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานสัมมนาความร่วมมือเศรษฐกิจการค้าจีน (กวางตุ้ง) – ไทย ซึ่งทางผู้ประกอบการจีนเองก็มีมุมมองที่ดีต่อการลงทุนใน EEC มากขึ้น และด้วยความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงที่ใช้ในอุตสาหกรรมของนักธุรกิจจากมณฑลกวางตุ้ง ทำให้บริษัทสามารถเชื่อมโยงธุรกิจในจุดนี้ได้จากแนวคิดที่จะยกระดับนิคมอุตสาหกรรม WHA เป็น Smart IE โดยบริษัท huawei มีความสนใจที่จะพัฒนาระบบ 5G ยังพื้นที่ในศรีราชา มองว่าเป็นผลดีในอนาคต ต่อจากนี้อาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ กันได้มากขึ้น

**ดึงทุนจีน200รายชมEEC

ทั้งนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะนักธุรกิจจากมณฑลกวางตุ้งเกือบ 200 คน เข้ามาหาช่องทางการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ “EEC” ทั้งนี้ มณฑลกวางตุ้งนับเป็นเมืองการค้าและการส่งออกเป็นอันดับ 1 ของประเทศจีน และเป็นเมืองที่มีการพัฒนารองรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ด้านวิทยาศาสตร์ หุ่นยนต์ผลิต การใช้ระบบไอที มุ่งเน้นการลงทุนในงานวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงที่สุดในจีน

โดยจีนได้เสนอการกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน ใน 5 ด้าน ได้แก่ 1. กระชับความสัมพันธ์นโยบายกลุ่มประเทศ Greater Bay Area: GBA (กวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า) มายังไทย 2. ขยายความร่วมมือการลงทุนไทยในจีน 755 โครงการ และกวางตุ้งลงทุนในไทย 113 โครงการ 3. การยกระดับการค้า การลงทุนในด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ E-Commerce ส่งเสริมการพัฒนาระบบ 5G 4. ความร่วมมือส่งเสริมด้านประมง การเกษตร การใช้จ่ายในชนบท และ 5. การขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว จากปัจจุบันจีนเดินทางมาเที่ยวไทยในปี 2561 จำนวน 1.5 ล้านคน ให้เดินทางมาเที่ยวเพิ่มขึ้น เป็นต้น

ทั้งนี้ การที่เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์พานักลงทุนเดินทางมาครั้งนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนไทย-จีน เนื่องจากการนัดเจรจาธุรกิจครั้งนี้จะสรุปชัดเจนนับ 100 ราย หลังจากได้เจรจาเบื้องต้นไปแล้ว คาดว่าเกิดการลงทุนเพิ่มเติมนับแสนล้านบาทในอนาคต ทั้งนี้ มองว่าหากนายกรัฐมนตรีได้คัดเลือก ครม. ด้านเศรษฐกิจ ให้เกิดการต่อเนื่องจากเดิมที่เจรจากันแล้วจะทำให้นักลงทุนจีนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น

ด้านนางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก ระบุว่า การขับเคลื่อนของรัฐบาล และการนำนักธุรกิจจีนเข้ามาในพื้นที่ EEC จะส่งผลดีต่อ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม AMATA – WHA – WHAUP, กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน EASTW – ATP30 นอกจากนี้ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อย่าง ORI ดูจะได้รับอานิสงส์ไปด้วย เนื่องจากมีการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการมิกส์ยูซ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ที่ใหญ่สุด