AIE โอกาสงบพลิกบวกสูง รายได้โตโดดแตะ 5 พันล.

ทันหุ้น – AIE เก็บเกี่ยวผลการลงทุนเต็มที่ คาดรายได้โตก้าวกระโดดแตะ 5 พันล้านบาท จากปีก่อน 1.57 พันล้านบาท เข้าสู่ช่วงเทิร์นอะราวน์เต็มตัว ชี้ธุรกิจโรงงานผลิตกลีเซอรีนพางบปีนี้กลับมาพลิกบวก แย้มเตรียมขายสินค้าให้กลุ่มเครื่องสำอาง และยา ในไตรมาส 3/62 นี้

นายณรงค์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ AIE เปิดเผยว่า บริษัทคาดรายได้ปีนี้จะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมองว่ารายได้มีโอกาสเพิ่มขึ้นแตะที่ระดับ 5 พันล้านบาท จากปีก่อน   1.57 พันล้านบาท อีกทั้งคาดผลประกอบการจะกลับมาพลิกเป็นบวก และมีการเติบโตอย่างโดดเด่นหลังปี 2561 ขาดทุน 72.32 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มเห็นการพลิกเป็นบวกได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2562  ขณะที่ในไตรมาส 1/2562 บริษัทยังมีผลขาดทุนที่ 43.62 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 และ 4/2562 จะเติบโตเพิ่มขึ้นสูงจากการปรับแผนการดำเนินธุรกิจ

ดันผลงานพลิกบวก

สำหรับปัจจัยที่จะสนับสนุนให้บริษัทกลับมาเป็นบวกในปีนี้คือการขายไบโอดีเซลเพิ่มเป็น 6 แสนลิตรต่อวัน จากเดิม 4 แสนลิตรต่อวัน หลังภาครัฐปรับนโยบายไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B10 ทำให้ดีมานด์เพิ่มขึ้น และราคาขายกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอีกครั้ง

ขณะเดียวกันโรงงานผลิตกลีเซอรีนบริสุทธิ์ที่บริษัทลงทุนก่อสร้าง 430 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างทดสอบการเดินเครื่อง และคาดจะเริ่มผลิตสินค้า และจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และยาได้ในไตรมาส 3/2562 โดยคาดว่าโรงงานดังกล่าวจะช่วยเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวก เนื่องจากเงินลงทุนในการก่อสร้างไม่มีต้นทุน

อีกทั้งสินค้ากลุ่มกลีเซอร์รีนมีมาร์จิ้นสูง 1.5-2 บาทต่อกิโลกรัม มีกำลังการผลิต 2.4 หมื่นตัน เบื้องต้นคาดว่าจะผลิตเพื่อขายได้ 6 แสนกิโลกรัมต่อวัน นอกจากนี้บริษัทยังมีธุรกิจคลังน้ำมันที่จังหวัดชุมพร ขนาดบรรจุรวม 20 ล้านลิตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าจากสิงคโปร์เพื่อให้เช่า ซึ่งจะเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง

เก็บเกี่ยวผลลงทุน

“ปีนี้เรายังไม่มีแผนลงทุนอะไรเพิ่มเติม เพราะเราลงทุนโรงงานกลีเซอรีนไปแล้ว 430 ล้านบาท เราจะเก็บเกี่ยวผลการลงทุนเข้ามาในปีนี้ ซึ่งการลงทุนเราไม่ได้กู้ ทำให้ไม่มีต้นทุน หรือต้องจ่ายดอกเบี้ย และโรงงานกลีเซอรีนจะผลิตสินค้าให้กับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ยา ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง และคาดว่าธุรกิจนี้จะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของเราให้กลับมาเป็นบวกได้อย่างชัดเจน”นายณรงค์กล่าว

นายณรงค์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ส่วนธุรกิจเทรดดิ้งขนส่งนั้นจะเปิดให้บริษัทนอกกลุ่ม AIE มาใช้บริการท่าเทียบเรือ จังหวัดชุมพร  นำเรือขนาด 2,500 เดทเวทตัน ที่มีอยู่มาบริการ และมีการปล่อยเช่าแทงก์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับซัพพลายเออร์สิงคโปร์ในการเช่า โดยแผนต่างๆ เหล่านี้จะทำให้ AIE มีกำไร ซึ่งคาดหวังอัตรากำไรขั้นต่ำที่ 5%