BPP

BPP

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญของเส้นแนวโน้มขาลงที่ 1670 จุด ถ้าสามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปเคลื่อนไหวเหนือระดับ 1700 จุด และมีแนวต้านถัดไปที่ 1720 จุดเป็นจุดขายทำกำไร ในขณะที่ความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงจะอยู่ที่บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน 1652 จุดเป็นแนวรับสำคัญ

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้ คือ หุ้น BPP บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันมีรายได้หลักมาจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป (Conventional power generation) และได้มีการขยายการลงทุนไปยังโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable power generation)

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 3,079 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,254 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.41 บาท กำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีรายได้รวม 3,316 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 470 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.15 บาท

ส่วนผลการดำเนินงาน ปี 2561 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 11,555 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,813 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.25 บาท กำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่มีรายได้รวม 10,843 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,155 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.36 บาท

นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) เปิดเผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินซานซีลู่กวง (SLG 1) ในจีน กำลังการผลิตรวม 1,320 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ 30% โดยโครงการนี้ยูนิตแรก ขนาด 660 เมกะวัตต์จะแล้วเสร็จในปลายปี 62 และยูนิตที่ 2 ขนาด 660 เมกะวัตต์ จะแล้วเสร็จต้นปี 63 นั้น มีความจำเป็นที่จะจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ เนื่องจากรัฐบาลจีนก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าล่าช้ากว่ากำหนด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทได้เจรจากับรัฐบาลจีนแล้ว และรอกำหนดความพร้อมว่าจะก่อสร้างสายส่งเสร็จเมื่อใด หากก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีโรงไฟฟ้าของบริษัทจ่ายไฟเข้าระบบเพิ่มอีกจำนวน 71 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการคุโรกาวาโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น กำลังผลิต 19 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานความร้อนร่วมเฟสที่ 3 ที่จีน ขนาดกำลังการผลิต 52 เมกะวัตต์ จะจ่ายไฟเข้าระบบในช่วงไตรมาส 3/62 โดยบริษัทยังคงเป้าหมายปี 68 จะมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 4,300 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และจ่ายไฟเข้าระบบแล้วรวมจำนวน 2,870  เมกะวัตต์

ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 80 เมกะวัตต์ จะทยอยจ่ายไฟเข้าระบบตั้งแต่ในช่วงในช่วงปลายปี 63 จนครบในปี 64 จากนั้นจะมีการพัฒนาเพิ่มให้เป็น 200 เมกะวัตต์ ตามที่ได้มีการเซ็น MOU กับรัฐบาลเวียดนามไว้แล้ว ขณะที่ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับภาครัฐบาลเวียดนามเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวมถึงเจรจากับผู้ประกอบการที่ได้รับโควตาใบอนุญาตขายไฟฟ้า ซึ่งจะร่วมลงทุนเพื่อดำเนินโครงการโซลาร์ฟาร์ม ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 400 เมกะวัตต์

ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่นจำนวน 3 โครงการ คาดว่าจะทยอยจ่ายไฟเข้าระบบตั้งแต่ในปลายปี 62 โดยแบ่งเป็นโครงการคุโรกาวา กำลังผลิต 19 เมกะวัตต์ จะจ่ายไฟในปี 62 และโครงการยามากาตะ ขนาดกำลังผลิต 20 เมกะวัตต์ จะจ่ายไฟเข้าระบบในไตรมาส 3/63 รวมไปถึงโครงการยาบูกิ กำลังผลิต 7 เมกะวัตต์ จ่ายไฟเข้าระบบไตรมาส 3/63

BPP มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus เท่ากับ 25.85 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 28.50 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 19.00 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิคเหนือแนวรับกรอบแนวโน้มขาลงในระยะยาวที่ 19.00 หลังจากปรับตัวลดลงต่อเนื่องต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันลงไป ทำให้แนวโน้มในระยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านที่ 21.50 และ 22.00 โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 23.00 เป็นเป้าหมายในการฟื้นตัว โดยมีแนวรับสำคัญในระยะสั้นที่ 19.80 ถ้าหลุดจะมีแนวรับถัดไปที่ 19.00

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ เทพ คำนวณ