ซื้อตามต่างชาติให้ทันรอบนี้

บรรยากาศการลงทุนช่วงนี้ดูจะสดใส ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งก็สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาค ที่เริ่มเห็นปัจจัยบวกเข้ามา สงครามการค้าแม้สถานการณ์ยังไม่แน่นอน แต่ก็ไม่ได้ดูแย่ไปกว่าเดิม นักลงทุนตอบรับไปแล้ว และเชื่อว่าในที่สุดก็คงจะหาทางออกร่วมกันได้ในที่สุด ล่าสุดสหรัฐฯก็จูบปากกับเม็กซิโกไปเป็นที่เรียบร้อย หลังผลกการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี ส่งผลให้สงครามการค้าดูผ่อนคลายลง

นอกจากนี้ แนวโน้มที่ทางธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเริ่มมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯออกมาไม่ดีนัก จะเป็นปัจจัยเร่งให้ เฟด ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 18-19 มิ.ย. นี้ ถึงวันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า สงครามการค้าได้เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในภาพรวมแล้ว สหรัฐฯเองก็หนีไม่พ้น นอกจากจะลดดอกเบี้ยแล้ว ถึงขั้นอาจปัดฝุ่นมาตรการ QE ออกมาใช้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นค่าเงินดอลล่าร์จะอ่อนค่า จากเม็ดเงิน Fund Flow ที่ไหลออกจากสหรัฐฯ ไปเข้าลงทุนในตลาดหุ้นและพันธบัตร ประเทศต่างๆที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยในสหรัฐฯ จะเห็นการเข้าเก็งกำไรในตลาดหุ้นเหล่านี้อย่างคึกคัก ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่าต่างชาติวันนี้เริ่มมีการเข้าซื้อหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง และเงินบาทก็แข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาปรับตัวขึ้นจนยืนเหนือ 1,650 จุดได้อีกครั้ง

อีกทั้ง ปัจจัยการเมืองเริ่มชัดเจนขึ้น คาดว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นได้เร็วๆนี้ และจะได้เห็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ออกมา ความเชื่อมั่นนักลงทุนก็จะกลับมาดีขึ้นตามลำดับ หุ้นกลุ่มที่ได้อานิสงค์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นรอบนี้ที่คาดกันว่าจะมีออกมามากเป็นพิเศษ ก็จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ รวมไปถึงหุ้นที่มีการจ่ายปันผลที่สูง ซี่งด้วยแนวโน้มดอกเบี้ยที่กำลังกลับเป็นขาลง หุ้นที่จ่ายปันผลตอบแทนสูงๆจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติครับ

สำหรับตลาดหุ้นยามนี้ต้องบอกว่าพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปแน่ โดยดูได้จากนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น จากพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเริ่มส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้นกับตลาดหุ้นไทย เพราะฉะนั้นช่วงนี้จึงถือเป็นโอกาสเหมาะที่จะร่วมเกาะขบวนเข้าเก็บสะสมหุ้นเพื่อรอคอยผลสำเร็จคืนกลับที่ดีได้ในอนาคต  แต่คงต้องคัดเลือกหุ้นให้ถูกกลุ่มถูกตัว ถ้าให้ดียิ่งเป็นหุ้นกลุ่มที่นักลงทุนต่างชาติให้น้ำหนักเข้าไปลงทุนจะยิ่งดีมาก ดังจะเห็นได้จากหุ้นที่มีส่วนผลักดันดัชนีนั้นเป็นหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเนื่องจากเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จ่ายปันผลคุ้มค่า และมีผลการดำเนินที่ยังคงเติบโตต่อได้นั่นเอง เพราะหุ้นเหล่านี้จะเป็นหุ้นหลักๆที่เป็นตัวชี้นำและผลักดันตลาดหุ้นให้ปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตามนักลงทุนทั่วไปที่ต้องการประสบความสำเร็จในการลงทุนนั้นจำเป็นต้องจับทิศทางการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติให้ออกว่าจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนไปในหุ้นกลุ่มใด  ตัวใดโดยสามารถพิจารณาได้จากข้อมูลข่าวสารต่างๆ  บทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์สำนักต่างๆที่มีออกมาให้ดูกัน  และการลงทุนของ  NVDR ในหุ้นต่างๆก็พอจะบอกได้เหมือนกัน  แต่สิ่งสำคัญที่น่าเสียดายสำหรับนักลงทุนโดยทั่วไป  ยังคงติดกับดักกับการลงทุนของตัวเองที่ไม่สามารถสร้างความสำเร็จได้จากการปรับตัวขึ้นของตลาด ลองถามตัวเองดูว่าหลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นบ้านเราลงไปทำจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว และได้ขยับขึ้นมาอยู่ในระดับปัจจุบันนั้น พอร์ตการลงทุนของเราทำไมถึงไม่เติบโตเลย  จะมีแต่เสียงบ่นว่าทำไมขายหุ้นแล้วมันขึ้น เวลาซื้อแล้วหุ้นมันลงตลอด สาเหตุหนึ่งก็มาจากการขาดความรู้ ทำให้เข้าลงทุนผิดจังหวะ มาจากภาวะจิตใจที่ไม่มั่นคง พอซื้อแล้วหุ้นลงกลับไม่กล้าขายกลัวขาดทุน ทนถือรอจนทนไม่ได้แล้วขาย  หุ้นก็ขึ้นขาดทุนมากมาย  แต่พอหุ้นที่ซื้อแล้วราคาขยับขึ้นกลับรีบขายทำกำไรเพียงเล็กน้อย พอขายแล้วหุ้นก็ยังขึ้นต่อต้องตามไปซื้อในราคาที่สูงกว่าที่เราขายไปเสียอีก ซึ่งถือว่าเป็นการเสียโอกาสในการสร้างการเติบโตให้กับพอร์ตการลงทุนของเราอย่างยิ่งโชคดีในการลงทุนทุกท่านครับ