ทุกเรื่องแท็กซี่ต้องที่ “มิตรสิบ” พร้อมลงสนามเทรด mai

ภาพการจับมือกันซื้อหุ้นของนักลงทุนต่างชาติกับกองทุนในประเทศ ที่ช่วยกันดันดัชนีขึ้นยืนเหนือ 1,650 จุด แสดงถึงความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นการซื้อขายคึกคัก เป็นบรรยากาศที่ดูสดใสสำหรับตลาดหุ้นไทยอย่างมาก เพราะเมื่อใด 2 มือใหญ่ร่วมใจกันซื้อตลาดก็พร้อมจะพุ่งทะยาน โดยมีปัจจัยหนุนทั้งภายในและภายนอก จากกระแสเงินทุนไหลเข้า เนื่องจากโน้มดอกเบี้ยกำลังจะเป็นขาลงอีกรอบ รวมถึงสภาพคล่องที่จะอัดฉีดเพิ่มเข้ามา การเมืองในประเทศชัดเจนแล้วได้นายกฯ เรียบร้อย ก็เหลือจัดตั้งรัฐบาล แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี การแถลงนโยบายก็น่าจะเกิดขึ้นได้เร็วๆนี้ เป็นบวกกับตลาดหุ้นแน่นอน

พร้อมแล้วสำหรับหุ้นน้องใหม่ตัวล่าสุด บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MITSIB ผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายและให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ มุ่งเน้นรถยนต์รับส่งสาธารณะประเภทแท็กซี่และให้บริการเสริมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า และได้ขยายบริการไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่กำลังจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในตลาดหุ้นไทย โดยจะทำการซื้อขายวันแรก 11 มิ.ย. นี้ ในตลาด mai

สำหรับ MITSIB ได้มีการเสนอขายหุ้น IPO ให้กับนักลงทุนในครั้งนี้ จำนวน 167 ล้านหุ้น ที่ราคาพาร์ 0.50 บาท โดยกำหนดราคาขาย IPO ไว้ที่ 2.50 บาท ได้ข่าวว่ากระแสตอบรับดีมากขายหมดเกลี้ยง ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุน MITSIB จะนำไปใช้ขยายการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ 102.5 ล้านบาท ภายในปี 62 โดยตั้งเป้ามีสาขาทั้งหมด 70 – 80 สาขา ภายใน 3 ปี ส่วนที่เหลือนำไปใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 300 ล้านบาท ภายในปี 62ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินลงอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ MITSIB ได้ตั้งเป้าเติบโตในส่วนของธุรกิจเดิมเพิ่มขึ้นประมาณ 30-35% จากพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะ ณ สิ้นปี 2561 ที่ 3,000 สัญญา มูลค่ากว่า 1,500-1,600ล้านบาท  ซึ่งหลังจากได้เงินไอพีโอเงินเข้ามาจะช่วยสนับสนุนในส่วนธุรกิจใหม่ ส่งผลให้โครงสร้างรายได้บริษัทปีนี้จะมาจากธุรกิจเดิมประมาณ 90% และอีก 10% เป็นธุรกิจใหม่ล่าสุด มีการจัดตั้งบริษัทย่อย เพื่อรุกตลาดสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และรับจำนำเล่มทะเบียนรถ ในเบื้องต้นจะเน้นจับกลุ่มลูกค้าเดิมก่อนได้แก่ กลุ่มลูกค้าแท็กซี่ที่บริษัทฯมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว และอีกกลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าแท็กซี่ที่คาดว่าจะเป็นลูกค้าของบริษัทในอนาคต ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานภาครัฐและในปี 2563 คาดรายได้จากธุรกิจใหม่จะเพิ่มเป็น 20-25% ส่วนธุรกิจเดิมสัดส่วนจะเป็น 75-80%

นอกจากนี้ เป้าหมายแผนธุรกิจ 3 ปี (ปี 2562-2565) ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อในปี 2565 จะมีประมาณ 5,000 สัญญา  ซึ่งจะทำให้มีส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถแท็กซี่และรถโดยสารมาเป็นอันดับ 1 จากปัจจุบันที่อยู่อันดับ 2-3 ของอุตสาหกรรม โดยโครงสร้างรายได้จะมาจากธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่สัดส่วน 50% และอีก 50% เป็นธุรกิจใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยง และจะขยายสาขาเพิ่มเป็น 300 แห่ง จากสิ้นปีนี้ที่มี 10 แห่ง โดยจะรุกขยายสาขาในปีหน้า

ที่สำคัญ ผู้ถือเดิม ที่เคยถือหุ้นรวมทั้งจำนวน 500 ล้านหุ้น มีมติสมัครใจ ไม่มีการนำหุ้นเดิมที่ถืออยู่มาขายเมื่อเข้าตลาดแน่นอน 100% สะท้อนถึงความมั่นใจในธุรกิจ และเชื่อในพื้นฐานของ MITSIB งานนี้นักลงทุนที่ได้หุ้นจองของ MITSIB สบายใจได้เลยว่าจะไม่มีหุ้นต้นทุนต่ำออกมาขายถล่มในวันซื้อขายวันแรกแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ของหุ้น IPO บ้านเราก่อนหน้านี้ดูจะไม่ค่อยเป็นใจ สำหรับหุ้นที่เข้ามาเทรดกันสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าขาดเสน่ห์ ขาดสีสันกันไปมากโขเลยทีเดียว อีกทั้งทำให้นักลงทุนที่ได้หุ้นจอง ต่างพากันเข็ดขยาด จากราคาหุ้นต่ำจองวันแรกบาดเจ็บขาดทุนกันไปไม่น้อยทีเดียว แต่ด้วยบรรยากาศการลงทุนในภาพรวมเริ่มกลับมามีแนวโน้มที่ดูดีขึ้น ก็น่าจะช่วยฟื้นความคึกคักน่าสนใจให้กับหุ้น IPO ที่กำลังจะเทรดกันได้ไม่น้อยเหมือนกัน

ทั้งนี้ ทั้งนั้น ราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวบนกระดานหลังเข้าตลาด คงไม่ใช่บทพิสูจน์ความสำเร็จของบริษัทที่เข้าจดทะเบียน แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการเปิดทาง เปิดโอกาสเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต จากผลการดำเนินที่จะเติบโตได้ดังเป้าหมาย ความคาดหวังได้หรือไม่ ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไป ส่วนราคาเทรดวันแรกจะเป็นอย่างไร ก็ไปลุ้นกันครับ