ตั้งเป้าผิด…ชีวิตเปลี่ยน

คำถามที่ผมได้รับตลอดจากเหล่าลูกศิษย์ลูกหา รวมไปถึงแฟนเพจ Graphtechnic บ่อยมากๆ คือ ศึกษาเทคนิคนี้ฝึกวิธีนั้น ใช้ระบบนี้แล้ว จะตั้งเป้าการเทรดได้เงินวันละสัปดาห์ละกี่เปอร์เซ็นต์ จะได้กำไรเท่าไหร่ต่อเดือน ? ซึ่งเป็นคำถามที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าใดนัก อ้าว คนเราควรจะตั้งเป้าหมายมิใช่หรือ? นี่เป็นเคล็ดวิชาความสำเร็จที่เขาใช้กันทั่วไปนี่นา?

แต่ไม่ใช่กับการเทรดแน่นอน เพราะว่าการตั้งเป้าหมายไปที่จำนวนเงินและจำนวนเปอร์เซ็นต์ของผลตอบแทนนั้น เป็นการสร้างความกดดันให้ตนเอง เนื่องจากเป็นการคาดหวังกับสิ่งที่มีความไม่แน่นอนสูงอย่างตลาดนั่นเอง ตลาดเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมทิศทางมันได้ ไม่มีทางรู้แน่นอนว่าจะเคลื่อนที่ไปมากน้อย ผันผวนแค่ไหน จะสงบนิ่ง หรือ อยู่ ๆ ก็เหวี่ยงรุนแรง ยกตัวอย่างล่าสุด ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ปธน.ทรัมป์จะทวีตข้อความเกี่ยวกับสงครามการค้า เปิดมาวันจันทร์ก็ได้รับผลกระทบกันทั้งภูมิภาคซึ่งอาจส่งผลทางบวกหรือทางลบต่อสถานะการเทรดได้

ดังนั้นพอตั้งความคาดหวังแล้วว่าจะต้องได้กำไรเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนแต่เมื่อใดก็ตามที่ผลลัพธ์ออกมาไม่ถึงระดับที่ได้วางเอาไว้ จะส่งผลกระทบทางด้านลบ ต่ออารมณ์ความรู้สึกถึงความสามารถในการเทรดของเรา บ้างก็กล่าวโทษตนเอง โทษตลาด หรือโยนความผิดให้กับการวิเคราะห์และระบบการเทรดกลายเป็นว่าไปแก้ปัญหาผิดจุด ไปเสาะหาระบบล้ำ เทคนิคการวิเคราะห์เทพๆ เปลี่ยนไปตามนักวิเคราะห์ กูรู คนใหม่ๆ

นอกจากนี้เทรดเดอร์จำนวนไม่น้อย นำผลการเทรดไปผูกโยงกับการใช้จ่ายที่สำคัญของตนเองและครอบครัว เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าประกันชีวิต ค่าเทอมลูก การใช้คืนหนี้สินระยะยาว ซึ่งเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ เนื่องจาก ค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน แต่ผลกำไรมันไม่ชัวร์ ปัญหาก็จะเกิดขึ้น

เมื่อถูกกดดันเพื่อทำให้ถึงเป้า เทรดเดอร์จะมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดดังนี้
1.ซื้อก่อนมีสัญญาณซื้อ ( Jump The Gun ) เพียงเพื่อเข้าสู่สถานะ จะได้มีโอกาสทำกำไร แม้ว่าตลาดอาจจะไม่มีความเคลื่อนไหวและไม่มีสัญญาณซื้อตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้

2.การขายก่อนเกิดสัญญาณขาย ( Leave Money On The Table )เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายปลายเดือน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสัญญาณให้ขายตามระบบที่ดีอยู่แล้ว

3.ไม่ยอมตัดขาดทุนตามแผน ( Hold Losing Position ) เลื่อนจุดตัดขาดทุนออกไปอีก หวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าราคาจะกลับทิศไปตามที่ได้วิเคราะห์เอาไว้แต่แรก และ ไม่อยากจะเสียเงิน หากตัดขาดทุนไปก็เกรงว่าจะไม่ถึงเป้าที่เป็นจำนวนเงิน

4.เพิ่มขนาดการเทรด จำนวนสัญญาหรือ เพิ่มอัตราทด ( OverPosition Sizing / Over Leverage ) เป็นการเพิ่มความเสี่ยงเพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นรวมถึงการพยายามแก้มือจากไม้ที่เทรดเสียก่อนหน้า

ความผิดพลาดทั้ง 4 ประการ ที่เกิดจากการตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขจำนวนเงินข้างต้น จะส่งผลกระทบด้านลบต่อพอร์ตของท่าน แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นเทรดเดอร์ควรจะตั้งเป้าหรือไม่ ?

เคล็ดลับคือ ตั้งได้แต่อย่าไปตั้งเป็นตัวเลขจำนวนเงินและเปอร์เซ็นต์ แต่ให้เน้นไปที่กระบวนการมากกว่า เช่น การคัดเลือกหุ้นที่ดีตามหลักเกณฑ์ การเข้าซื้อเมื่อเกิดสัญญาณซื้อเท่านั้น พัฒนาระบบ จดบันทึกการเทรดทุกวัน การพัฒนาตนเองในการวิเคราะห์ การจัดสรรความเสี่ยงและบริหารขนาดสัดส่วนการเทรดอย่างเหมาะสม การลดข้อผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด เมื่อเทรดเดอร์จดจ่ออยู่กับกระบวนการที่เป็นระบบและการปฎิบัติหน้างานอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ดีจะตามมาเองครับ

อ่านบทความหุ้นเพิ่มเติม

คอร์สเรียนหุ้น จาก stock2morrow

References :

Williams, Jason, and Larry Williams. The Mental Edge in Trading: Adapt Your Personality Traits and Control Your Emotions to Make Smarter Investments. McGraw-Hill, 2013.