กรณีศึกษา Tsutaya ทำไมในญี่ปุ่นถึงยังอยู่ได้ ?

เชื่อว่าคนที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป คงจะไม่มีใครไม่รู้จักร้านเช่าหนัง “Tsutaya” อย่างแน่นอน ร้านเช่าวีดีโอที่น่าจะมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย และกลายเป็นตำนานร้านเช่าหนังที่ได้หายไปแล้วเมื่อคนส่วนใหญ่หันมาเสพสื่อผ่านดิจิตอลในโลกอินเตอร์เน็ตกันหมด

แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ ร้าน Tsutayaในประเทศญี่ปุ่นยังมีลมหายใจอยู่ เพราะสาเหตุอะไรถึงยังอยู่ได้ วันนี้เราจะมาไขความลับกัน

ร้าน Tsutaya กำเนิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2528 ภายใต้การบริหารงานของบริษัท Culture Convenience Club Co., Ltd. ใช้เวลาเพียง 20 ปี เปิดสาขามากถึง 1,064 สาขา มีสมาชิกมากกว่า 16 ล้านคน รายได้มากถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เรียกได้ว่าเป็นเฟรนไชส์ร้านเช่าวีดีโอที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีการทำ IPO ขายเข้าตลาดหลักทรัพย์โตเกียว

กลับมาที่ประเทศไทย ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง เศรษฐกิจซบเซากันทุกย่อมหญ้า แต่ร้านเช่าวีดีโอกลับเติบโตขึ้นสวนทางกับเศรษฐกิจ เพราะคนไทยเชื่อกันว่า การ”เช่าวีดีโอ” เป็นความบันเทิงที่ราคาถูกที่สุดและหาง่ายที่สุด ว่ากันว่า Tsutayaที่ประเทศไทยมีมากถึง 120 สาขา มีสมาชิกมากถึง 770,000 คน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ราคาถูกก็มิอาจสู้กับของฟรีในโลกออนไลน์ได้ การเช่าหนังก็ถูก “Disrupt” ไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแผ่นผีซีดีเถื่อนที่ค่อยๆกัดกินอย่างช้าๆ และการทำลายอย่างสมบูรณ์แบบด้วยอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ที่คนหันไปเสพ Youtubeหรือ Steaming หนังได้ด้วยตัวเองผ่านที่บ้าน ธุรกิจร้านเช่าหนังก็ปิดตัวไปพร้อมกับร้าน Tsutayaก็หายไปจากประเทศไทยด้วยเช่นกัน

ในประเทศญี่ปุ่น ร้าน Tsutayaเจอกับวิกฤตเช่นเดียวกับประเทศไทย บริษัทมีผลประกอบการที่ขาดทุน ทำให้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ตัวหุ้นหยุดการซื้อขาย จนในที่สุดทางผู้บริหารต้องซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นรายย่อย และเอาออกจากตลาดหลักทรัพย์โตเกียวในปี 2011

สิ้นปี 2013 ร้าน Tsutayaมีสาขามากถึง 1,461 ร้านทั่วเกาะญี่ปุ่น ทางผู้บริหารค่อยๆปิดสาขาลงเรื่อยๆ และปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจใหม่ สรุปออกมาได้ 5 ข้อ มีอะไรบ้าง
1. ปิดสาขาขนาดเล็กทั้งหมด ให้คงเหลือไว้แต่สาขาขนาดใหญ่เท่านั้น

  1. ธุรกิจดั้งเดิม คือ “เช่าหนัง” จะไม่ทำแล้ว แต่จะหันไปขายแผ่นหนังดีวีดี-บลูเรย์ ผ่านเว็บไซด์ทั้งหมด แผ่นหนังบางเรื่องมีการทำชุดสะสม “Collector Edition” สำหรับผู้ที่รักการสะสม
  2. นอกจากขายแผ่นหนังแล้ว ยังหันไปขายแผ่นเกม ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เฉพาะทาง ขายหูฟังที่มีราคาสูง หนังสือการ์ตูน สมาร์ทโฟน ของเล่น ตัวต่อฟิกเกอร์
  3. ร้านใหญ่ที่อยู่ในเขตชุมชน จะเปลี่ยนใหม่ให้เป็นลักษณะ Co-working Space สำหรับนั่งทำงาน อ่านหนังสือ มีการทำร้านกาแฟ ห้องสมุด ร้านขายหนังสืออยู่ในนั้นด้วย

Tsutayaหันมาทำร้านหนังสือ … มีร้านกาแฟอยู่ข้างใน
ที่มาภาพ :soranews24.com

  1. ร้านใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมือง สถานที่ท่องเที่ยว จะทำร้าน Tsutaya Electrics มุ่งไปธุรกิจค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป เครื่องเขียน แผ่นภาพยนต์ระดับ 4K แผ่นเพลงความละเอียดสูง หูฟังที่มีราคาสูง สมาร์ทโฟน เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องครัว มีห้องประชุม Co-working Space มุมเงียบสำหรับนั่งอ่านหนังสือ เล่นอินเตอร์เน็ต(ดูตัวอย่างร้าน Tsutaya Electrics ได้ที่นี้ครับ : https://digjapan.travel/th/blog/id=11723) เรียกได้ว่าเปลี่ยนแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด ทำให้ร้าน Tsutayaที่ญี่ปุ่นยังคงอยู่ได้ในปัจุจบัน

                สรุป..ร้าน Tsutayaในญี่ปุ่นยังอยู่ได้เพราะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ธุรกิจดั้งเดิมเอาไว้ขายในออนไลน์ให้หมด ส่วนสาขาขนาดใหญ่ทำเป็น Co-working Space ให้เหมาะสมกับคนยุคปัจจุบัน เรียกว่าเปลี่ยนรูปแบบใหม่ทั้งหมด

นี้แหละที่เรียกว่า ธุรกิจคือพลวัต มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ถ้าแค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินถอยหลัง

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
https://en.wikipedia.org/wiki/Culture_Convenience_Club

http://staff.cs.psu.ac.th/natikan/Simul/Project/2546/4320490/web_tsutaya/history.html

http://shop.tsutaya.co.jp/

https://digjapan.travel/th/blog/id=11723

https://www.facebook.com/RetailsNews/posts/ทำไม-tsutaya-ในญี่ปุ่นยังมีลมหายใจ-โดย-marketeerหากใครอายุ-30-ปีอัพ-เชื่อว่าต้อง/446061109110539/