HomePro หุ้น Growth ที่นักลงทุนไม่ควรพลาด

เริ่มเข้าสู่ช่วงหน้าฝน สิ่งที่คนรักบ้านควรคำนึงถึง คือ สภาพบ้านของเราพร้อมที่จะรับหน้าฝนกันแล้วหรือยัง ลองตรวจเช็คหรือยังว่ามีส่วนไหนของบ้านที่ต้องปรับปรุง ซ่อมแซมอีกมั้ย เพราะปัจจุบันการหาซื้อบ้านว่ายากแล้ว แต่การดูแลรักษาบ้านนั้นยากกว่า และถ้าต้องการตกแต่งหรือต่อเติมบ้านก็ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในเรื่องบ้านจึงจะทำได้…วันนี้เรามีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ทำธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการเกี่ยวกับบ้าน ได้แก่ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (HMPRO) และที่พิเศษไปกว่านั้น…เรานำข้อมูลการประกอบธุรกิจมาเจาะลึกให้ท่านได้เห็นว่า นอกจากการจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับบ้านแล้ว HomePro ยังมีบริการที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่มีใจรักในการดูแลรักษาบ้านอย่าง Home Service มีบริการอะไรบ้าง? สามารถสร้างการเติบโตแก่ HMPRO ได้อย่างไร? แล้วถ้าอยากลงทุนใน HMPRO มีวิธีอย่างไร? เราจะมาตอบทุกประเด็นในบทความนี้

ภาพรวมการประกอบธุรกิจ และโครงสร้างรายได้

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (HMPRO) จดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจพาณิชย์ (COMM)

ประกอบธุรกิจค้าปลีก โดยจำหน่ายสินค้า และให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง ซ่อมแซม ปรับปรุง บ้านและที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร (One-Stop Shopping Home Center) ภายใต้แบรนด์ “โฮมโปร (HomePro)” ปี 2561 มีสาขาทั้งหมด 82 สาขา รวมถึงมินิสโตร์อย่าง HomePro S ทั้งหมด 8 สาขา และโฮมโปร มาเลเซีย 6 สาขา โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะขยายสาขาให้ครบ 150 สาขาในปี 2568

โครงสร้างรายได้มาจาก 3 ช่องทาง ดังนี้

1) รายได้จากธุรกิจค้าปลีก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Hard Line เป็นสินค้าที่เกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ปรับปรุงบ้าน ห้องน้ำ สุขภัณฑ์ เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่ม Soft Line เป็นสินค้าประเภทเครื่องนอน ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่ง เครื่องใช้ภายในบ้าน คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 80.4%

2) รายได้จากบริษัทย่อย เป็นช่องทางในการรับรู้รายได้จากการขายของบริษัทย่อย เช่น มาร์เกต วิลเลจ (Market Village), บริษัท เมกา โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเกี่ยวกับบ้าน มีจำนวน 12 สาขา และบริษัทดีซี เซอร์วิส เซ็นเตอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการคลังสินค้าและขนส่งสินค้า ทั้งหมดนี้คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 12.8%

3) รายได้อื่น ประกอบด้วย รายได้จากบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าปลีก ได้แก่ การให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของลูกค้า และอีกหนึ่งบริการที่น่าสนใจ สำหรับคนรักบ้านอย่าง บริการ Home Service ได้แก่

– บริการออกแบบ 3 มิติ

– บริการโฮมเมคโอเวอร์ เป็นบริการสำรวจ ตรวจสุขภาพบ้าน

– บริการงานติดตั้ง สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เป็นต้น

– บริการล้าง-ทำความสะอาด มีบริการล้างเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ระบบประปา ทำความสะอาดที่นอน เป็นต้น

– งานปรับปรุง ตกแต่งบ้าน

และรายได้การให้บริการเช่าพื้นที่ ภายในศูนย์การค้ามีการจัดสรรพื้นที่สำหรับให้เช่า โดยผู้เช่าส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร ธนาคาร ร้านหนังสือ
ซึ่งทั้งสองบริการนี้ คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 6.8%

เมื่อดูผลประกอบการย้อนหลังของโฮมโปรในช่วงปี 5 ที่ผ่านมา พบว่าบริษัทมีรายได้รวมเฉลี่ย 59,776.27 ล้านบาท อัตราการเติบโตของรายได้โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.36% มีการเติบโตทุกปีจากการขยายตัวของตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ตลาดที่อยู่อาศัยได้มีการขยายออกไปสู่จังหวัดในเขตปริมณฑลมากขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้าและวัสดุเพื่อการตกแต่งบ้านเพิ่มขึ้น หากเราเจาะลึกลงไปในส่วนของรายได้อื่นจำนวน 2,493.87ล้านบาท มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.8% ซึ่งส่วนหนึ่งมีผลมาจากรายได้จากบริการ Home Service ที่เพิ่มขึ้น

บริการ Home Service สำคัญต่อการเติบโตอย่างไร?

แม้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยจะมีการขยายตัวออกสู่นอกเมืองมากขึ้นก็ตาม แต่สิ่งที่เราต้องให้ความสนใจ คือ ราคาของที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปี ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ อาจส่งผลกระทบเชิงลบทำให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคตลดลง แต่ในส่วนนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการปรับปรุงที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติม ซ่อมแซม หรือการตกแต่ง ด้วยเหตุที่ในปัจจุบัน คนให้ความสำคัญกับการดูแลบ้านมากขึ้น จากการเติบโตของธุรกิจศูนย์จำหน่ายและให้บริการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นโฮมโปร หรือคู่แข่งขันรายอื่น เช่น บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (GLOBAL) ที่มีการเติบโตทุกปีเช่นเดียวกัน และที่สำคัญ บริการ Home Service ตอบโจทย์ผู้ที่มีความสนใจในการดูแลบ้าน ทั้งในเรื่องของบริการที่นำเสนอ และความสะดวกในการเข้าถึงบริการได้หลายช่องทาง ทั้ง Call Center เว็บไซต์ และช่องทางแอพพลิเคชั่น Home Service by HomePro ภายในเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นสามารถเลือกบริการได้ตามความต้องการของลูกค้า จึงคาดการณ์ว่ารายได้จาก Home Service จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้ HomePro รักษาระดับความสามารถในการทำไรได้แม้ว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจะอยู่ในสภาวะใดก็ตาม

มุมมองแนวโน้มการเติบโตในอนาคตของ HomePro

ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 16,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.10% เมื่อเทียบ YoY ที่ 15,900 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,419.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.73% YoY ที่ 1,248.47 ล้านบาท โดยในไตรมาสที่ 1 รายได้ค่าเช่าและบริการจำนวน 657.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.78% YoY ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่รายได้จาก Home Service ที่เพิ่มขึ้น

ไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 HomePro มีการเปิดสาขา 1 สาขา ได้แก่ สาขาจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งทำเลที่ตั้งของสาขานี้ อยู่ในบริเวณที่กำลังมีการขยายตัวของตลาดที่อยู่อาศัย จากการมีโครงการบ้านใหม่ทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและกำลังสร้างหลายโครงการ และยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าจรัญฯ 13 (สถานีในอนาคต) คาดการณ์ว่าจะเป็นทำเลทองในการสร้างรายได้ให้กับ HomePro เพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากการเปิดสาขาจรัญสนิทวงศ์แล้ว ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 HomePro มีแผนในการขยายสาขาไปยังต่างจังหวัด 1 สาขา และ HomePro S ในกรุงเทพฯ อีก 2 สาขา แสดงให้เห็นถึงแผนการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันโดยใช้การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) เป็นการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการขยายตัวของธุรกิจให้กับบริษัทได้มากขึ้น

เราเห็นโอกาสลงทุนในฝั่ง “ซื้อ” เนื่องจากธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต ประกอบกับภาพทางเทคนิคย้อนหลังรายเดือนตั้งแต่ปี 2557 ราคา ณ ต้นปี 2557 อยู่ที่ 6 บาทเท่านั้น ปัจจุบันราคาขึ้นมาทำ All Time High ที่ 17 บาท พุ่งขึ้นมากว่า 180% ภายใน 5 ปี ทำให้เห็นว่าราคาหุ้นมีการสะท้อนการเติบโตของธุรกิจมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าระหว่างทางจะมีการพักตัวตามจังหวะทางเทคนิค จึงให้คำแนะนำ “ซื้อ” เมื่อย่อตัวตามกรอบแนวรับ-แนวต้าน

มาถึงตรงนี้ทุกท่านคงเห็นโอกาสในการทำกำไรใน HMPRO แล้ว และหากนักลงทุนท่านใดสนใจบริการ Home Service ก็ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Home Service by HomePro แล้วเลือกบริการได้ตามความต้องการ เพราะบ้านเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ ดังคำที่ว่าบ้านคือวิมานของเรา

ที่มา :  บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส