ผ่าสมการความคิด“ธานินทร์ เอื้ออภิธร”

“การเดินทางของแบรนด์ Enconcept ตลอด 24 ปีมานี้ เต็มไปด้วยมุมมองและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง ก้าวต่อจากนี้ก็เช่นกัน จากที่หลายเสียงบ่น การศึกษา เป็นปัญหาใหญ่เกินจะเยียวยา ถึงวันนี้เราทำให้เห็นแล้วว่า จากจุดตั้งต้นธุรกิจเล็ก ๆ ที่สะพานควาย วันนี้ Enconcept ก้าวสู่ผู้นำเทคโนโลยีการศึกษา และกำลังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับภาพรวมการศึกษาของไทย.”

 ปัจจุบันการศึกษาเข้ามามีบทบาทในการชี้วัดและขับเคลื่อน เศรษฐกิจ  รวมไปถึงปั้นบุคลากรในด้านภาษา   เพราะในโลกดิจิทัล ภาษาอังกฤษมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก สอดรับกับ  “ธานินทร์ เอื้ออภิธร” กรรมการผู้จัดการเลิร์นบาลานซ์ กรุ๊ป และผู้บริหารโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์   กำลังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาไทย

 ธานินทร์ เอื้ออภิธร” กรรมการผู้จัดการ เลิร์นบาลานซ์ กรุ๊ป และผู้บริหารโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์   เล่าว่า   จุดเริ่มต้นมาจากแบรนด์ที่มีจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จากการจับมือของสองผู้ร่วมก่อตั้ง ธเนศ เอื้ออภิธร และครูพี่ แนน อริสรา ธนาปกิจ ในปี 2538 ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันด้านการศึกษา ผ่านมาแล้วกว่า 2 ทศวรรษ ตลอดเส้นทางมีหลายเรื่องเล่าสะท้อนการต่อสู้ การเปลี่ยนแปลง ปรับตัว ไม่ใช่แค่อยู่รอด แต่มองถึงการ “ยืนหนึ่ง” ในแวดวงการศึกษาของไทย

  ขณะที่ภาพรวมตลาดกวดวิชามีขนาดเล็กลงประมาณ 20% จากปัจจัยของจำนวนประชากรวัยเรียนและความคล่องตัวทางเศรษฐกิจ แต่เอ็นคอนเส็ปท์เติบโตสวนทางด้วยจำนวนนักเรียนราว 100,000 คนต่อปี โดยแบ่งเป็นกลุ่มนักเรียน ม.ปลาย  60% ม.ต้น 20% กลุ่มประถมศึกษาและวัยผู้ใหญ่  20% โดยสามารถปิดรายได้ในปี 2561  ที่  500  ล้านบาท ซึ่งมีหลักสูตรออนไลน์เป็นตัวชูโรงจากการเติบโตสูงถึง 30% คิดเป็นยอดขายกว่า 100 ล้านบาท หรือ 20 % ของรายได้ทั้งหมด”

 ผ่ายุทธศาสตร์

หัวใจหลักของธุรกิจประกอบด้วย 5  ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่1..เน้นการเรียนการสอนในการสอบเข้าภาคอินเตอร์มากขึ้น เนื่องจากกำลังเป็นที่นิยมสำหรับนักเรียนรุ่นใหม่ 2.เน้นตลาดออนไลน์ ที่สถาบันเป็นผู้นำเบอร์ 1 ด้วยการเพิ่มศักยภาพของเทคโนโลยีที่ใช้ในการเรียนการสอน   3..เน้นหลักสูตรเพื่อสอบเข้าคณะเฉพาะทางมากขึ้น 4..ปรับตัวรับการสอบ TCAS เพื่อให้ทันต่อกฎเกณฑ์และสร้างโอกาสในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้แก่นักเรียน และ 5.ปรับตัวให้เข้ากับทิศทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ก้าวต่อก้าว  

แม้ใจจะบอกว่า “ใช่” แต่เส้นทางสุดท้าทายไม่น้อยในวันที่ตัดสินใจทำโรงเรียนกวดวิชา ยุคนั้นแบรนด์ดัง ๆ ยึดหัวหาดย่านสยามสแควร์แหล่งชอปปิ้งและเรียนกวดวิชาของเหล่าวัยรุ่นวัยเรียน แต่ Enconcept เลือกที่จะเปิดโรงเรียนแห่งแรกย่านสะพายควาย  นักเรียนแค่ 7 คนที่มีในวันนั้น ไม่ได้ลดทอนความมุ่งมั่นบนเส้นทางการศึกษา กลับเป็นแรงกระตุ้นให้เริ่มเสาะหา “คำตอบ” ว่าอะไรคือสิ่งที่นักเรียนต้องการอย่างแท้จริง

ในตอนนั้นสิ่งที่ค้นเจอเป็นไปตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ “อริยะสัจ 4” โดยแท้ “ทุกข์” เป็นสิ่งที่นักเรียนทุกคนเผชิญอยู่กับการเรียนภาษาอังกฤษ “สมุทัย” สาเหตุที่เด็กๆ เกิดความทุกข์จากการเรียนภาษาอังกฤษ จำคำศัพท์ไม่ได้ “นิโรธ” ทำอย่างไรจะทำให้ความทุกข์ของนักเรียนได้คลายลง และสุดท้าย “มรรค”แนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหานั้นๆ

“ดีเอ็นเอ” นวัตกรรมสร้างได้

“หากเปรียบการสร้างปรากฎการณ์สอดแทรกคำศัพท์เข้าสู่บทเพลงที่สร้างชื่อให้ Enconcept เข้าไปนั่งอยู่ในใจคนวัยเรียนได้สำเร็จ อีกแนวทางปฏิบัติที่โดดเด่นไม่แพ้กันมาจากแนวคิดและการทำงานที่มักจะพาตัวเองออกนอกกรอบเดิม ๆ อยู่เสมอ”

แน่นอนว่าการท้าทายตัวเองอยู่ตลอดเวลาเมื่อบวกกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง ยิ่งเป็นตัวเร่งให้โรงเรียนกวดวิชาเล็ก ๆ แห่งนี้ก้าวสู่แถวหน้าในระดับประเทศได้ในแบบที่ใครก็ยากจะตามทัน สะท้อนจากวิวัฒนาการการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในไทยที่เคลื่อนไม่หยุด จากยุค 1G สู่ยุค 6G

ก่อความรู้ไร้ขอบเขต

Disruption คือ โอกาส ถ้ามองหนทางออก ปรับตัว จะสามารถคว้าโอกาสที่คนอื่นไม่มี ท่ามกลางคลื่นแห่งการเปลี่ยนผ่านที่ร้อนแรงนี้ ธานินทร์ มองถึงการพา Enconcept ไปสู่สองเป้าหมายหลัก

Business Entity อยากทำธุรกิจให้ดีขึ้น ในอีกด้าน Citizen of Thailand บทบาทของการเป็นส่วนหนึ่งในแวดวงการศึกษายังหลายเรื่องให้ต้องทำ

ข้อคิดดี ๆ จากงานวิจัยที่ว่า หากคนไทยพูดภาษาอังกฤษได้ จีดีพีของประเทศจะเพิ่มเป็น 10% ได้ นั่นเพราะคนไทยเสียเปรียบต่างประเทศมากเพราะคนไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จากข้อเท็จจริงนี้ มองในด้านหนึ่งอาจท้อแท้ และคิดว่าเป็นไปได้ยาก แต่หากมองบวกผลลัพธ์ย่อมต่างออกไป

ยุทธศาสตร์หลักของการทุ่มงบทำงานเป็นหลักร้อยล้านบาทกับการพัฒนา AI ภายใต้โครงการแรกที่ชื่อ Echo English แอพพลิเคชั่นที่เปิดให้ทุกคนที่สนใจพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเรียนได้ฟรี ให้ได้ฝึกพูด ระบบจะตอบกลับมาว่า “ถูก” หรือ “ผิด”  แค่เพียง 3 ปีมีคนโหลดไปใช้งานแล้ว 3 ล้านคน

“จำดี” หนึ่งในรูปแบบการเรียนรู้ที่พัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นใช้งานบนมือถือ ทำให้ไร้ขีดจำกัดเรื่องเวลา สถานที่  ด้วยการสร้าง bot ขึ้นมา ทำงานด้วยเทคโนโลยี คลาวด์เบส และใช้ AI อยู่เบื้องหลัง

 “โค้ชดี” ระบบติวฟรี ที่ไม่ใช่แค่อีเลิร์นนิ่ง แต่มีโค้ชที่คอยตอบเวลาเด็กมีปัญหา เช่น เด็กยากจนมากๆ ไม่มีทางเรียนกับอาจารย์ที่จบ MIT แต่โครงการนี้สามารถนำครูเก่งๆ ในแต่ละด้านมาสอนในรูปของวิดีโอ เด็กๆสามารถเอาเอกสารไปพริ้นเรียน นับว่าเป็นการ Disrupt การศึกษาอย่างหนึ่ง

พัฒนา-เติบโต

จะว่าไปแล้วแนวคิดการพัฒนาทักษะด้านภาษาทั้งในระบบ Enconcept กับการส่งต่อแบบไม่ต้องจ่ายเงินขอแค่มีใจรักการเรียนรู้ผ่านแพลทฟอร์มที่พัฒนาโดยทีมงาน เป็นสองแนวทางที่เติบโตขนานกันไป

แบรนด์ Enconcept ยังต้องโตต่อ และเป็นหนึ่งพลังในระบบนิเวศการศึกษาของไทย ด้วยวิถีการคิดและพัฒนาคุณภาพการสอน หลักสูตร สื่อการสอน สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่า แพลทฟอร์มการสอน ผ่านเว็บเบสและแอพพลิเคชั่น ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสให้เด็กกลุ่มใหญ่ที่ยังขาดได้เติมเต็มความรู้ทางภาษาจากแหล่งเรียนรู้ที่ Enconcept สร้างขึ้น

ธานินทร์ ทิ้งแง่คิดว่า   การเดินทางของแบรนด์ Enconcept ตลอด 24 ปีมานี้ เต็มไปด้วยมุมมองและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง ก้าวต่อจากนี้ก็เช่นกัน จากที่หลายเสียงบ่น การศึกษา เป็นปัญหาใหญ่เกินจะเยียวยา ถึงวันนี้เราทำให้เห็นแล้วว่า

จากจุดตั้งต้นธุรกิจเล็ก ๆ ที่สะพานควาย วันนี้ Enconcept ก้าวสู่ผู้นำเทคโนโลยีการศึกษา และกำลังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับภาพรวมการศึกษาของไทย.

รายงานโดย : ศสนันท์ ทองมั่ง
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com