บล.ทิสโก้ เทียบฟอร์ม BBL-SCB หลังผู้บริหารไปโรดโชว์ในงาน dbAccess

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด จับกระแส BBL จากได้พาผู้บริหารไปประชุมที่ dbAccess Asia และ SCB ไปประชุม dbAccess ที่สิงคโปร์ คงแนะนำ “ซื้อ” BBL โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 150 บาท (GGM) และแนะนำ “ซื้อ” SCB โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 150 บาท (GGM)

โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ด้านสินเชื่อ ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตที่ 4-6% แม้ว่าจะมีการปรับลด GDP เป็น 3% ต่อปี และคาดว่ารัฐบาลใหม่จะเริ่มโครงการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง และจะทำให้การเติบโตของสินเชื่อเร่งตัวขึ้น (แต่เห็นตรงกันว่าน่าจะเป็นบริเวณกรอบล่าง)

คุณภาพสินทรัพย์ : ไม่มีสัญญาณแย่ลง แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง แม้ NPL จะเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญ แต่การแก้ NPL ยังเป็นไปอย่างล่าช้าเช่นกัน ทำให้ NPL จะยังทรงตัวต่อ และสินเชื่อปรับโครงสร้างที่เริ่มเพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากการที่ BBL มีแพ็คเกจในการปรับโครงสร้างโดย 60% เป็นสินเชื่อบุคคล และ 40% เป็น NPL ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงทำให้ BBL ต้องจับตาดูสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศเป็นพิเศษ

Credit Cost : ผู้บริหารคาดว่า Credit Cost ที่ 100 bps ในปีนี้ลดลงจากปีก่อนที่ 108 bps เนื่องจากมองว่าธนาคารมีการตั้งสำรองเพียงพอตามกฎ IFRS9 ของแบงค์ชาติแล้ว

รายได้ค่าธรรมเนียม : จะเติบโตขึ้นจากประกันและกองทุนรวม โดยเฉพาะประกันของ BLA และ BKI ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสินค้าของ AIA

นโยบายเงินปันผล : BBL ไม่มีแผนในการจ่ายเงินปันผลพิเศษ และต้องการให้เงินปันผลค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา นอกจากนี้ การทำโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐทำให้ BBL มองว่าควรเตรียมเงินสดไว้เผื่ออุปสงค์การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

เราแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 228 บาท (GGM)

ส่วน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เผยกลยุทธ์ทางธุรกิจ มีความพร้อมด้าน IT มากที่สุดในประเทศ และมีความพร้อมที่จะขยายสินเชื่อประเภทที่มีผลตอบแทนสูง แทนสินเชื่อแบบเดิมที่มีผลตอบแทนต่ำ และแม้ว่า Credit Cost จะเพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรจะเพิ่มขึ้นมากกว่า

เป้าการเติบโตของสินเชื่อ : ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตที่ 5-7% สำหรับปี 2019F แต่คาดว่าจะโตใกล้เคียง 5% ด้วยรูปแบบของธุรกิจใหม่ทำให้ SCB มีความพร้อมในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ซึ่ง SCB ไม่มีความพร้อมในอดีตที่ผ่านมา (เนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาด้านข้อมูลได้)

คุณภาพสินเชื่อ : SCB มีการปรับคุณภาพของสินเชื่อ SME ที่อ่อนแอเล็กน้อย ทำให้ NPL เพิ่มขึ้นใน 1Q19 หากไม่รวมรายการดังกล่าว คุณภาพสินเชื่อจะคงที่ และ Credit Cost จะยังทรงตัวจากสินเชื่อไม่มีหลักประกันที่เพิ่มขึ้น

OPEX : ผู้บริหารคาดว่า OPEX จะลดลงเป็น 40% กลางๆ สำหรับปี 2019F จากปัจจุบัน 46% โดยยังคงมีแผนในการลดสาขาและพนักงานลง โดยได้มีการลดสาขาไปแล้ว 100 สาขา และจะลดลงต่อในอนาคต เพื่อลดค่าใช้จ่ายของธนาคารและรักษา CIR ให้อยู่ที่ 30% ในปี 2020

ธุรกิจประกันชีวิต : ผู้บริหารมองเป้าการเติบโต 9% มีความเป็นไปได้ และโครงสร้างการเป็นพันธมิตรกับ FWD ยังไม่ชัดเจน และยังไม่มีข้อสรุปทำให้ในปัจจุบัน SCB ยังสามารถขายผลิตภัณฑ์ข้ามธนาคารได้อยู่ (Open Architecture)

กำลังคิดเรื่องเงินปันผล : ด้วยสภาพคล่องของธนาคารที่สูง และในกรณีที่แย่สุด CAR จะยังอยูที่ 9% ซึ่งยังสูงและธนาคารไม่มีแผนในการซื้อหุ้นคืน แต่การจ่ายเงินปันผลยังมีความเป็นไปได้โดยต้องดูกำไรพิเศษจาก FWD ก่อน

IFRS9 : บริษัทมีงบดุลที่แข็งแกร่งพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของ IFRS9

ความสามารถในการทำกำไร : ด้วย RoE ปัจจุบันที่ 9% ทำให้ผู้บริหารคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 12-14% ในอนาคตจากต้นทุนที่ลดลง และรายได้ที่เพิ่มขึ้น

เราแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 150 บาท (GGM)

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com