เปิดโผหุ้นปันผลสูง จับตาเม็ดเงินตราสารหนี้บางส่วนไหลออกหลังเก็บภาษี

หลังจากที่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรฉบับที่ให้มีการจัดเก็บภาษี ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว โดยจะมีการจัดเก็บภาษีผู้ลงทุนในอัตรา 15% โบรกเกอร์มองว่าทำให้มีโอกาสที่จะมีเงินทุนจากตลาดตราสารหนี้บางส่วนไหลออกไปลงทุนในหุ้นปันผลสูงที่มีความน่าสนใจ ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ดี

บล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การประกาศปรับปรุงการจัดเก็บภาษีจากการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ส.ค.2562 แม้ว่าจะมีการผ่อนผันให้ตราสารหนี้ในพอร์ตของกองทุนรวมปัจจุบันไม่ต้องเสียภาษี จนกว่าจะครบอายุของตราสารหนี้ทำให้ผลกระทบจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตามในภาพรวมจะทำให้มีผลกระทบจากการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้  ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินบางส่วนไหลออกจากองทุนตราสารหนี้ไปยังการลงทุนอื่นๆ ซึ่งฝ่ายวิจัยทรีนีตี้มองว่าหุ้นปันผลสูงในกลุ่ม SETHD จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ จึงแนะนำหุ้น SCC, RATCH, QH, TTW, ADVANC และ SCB

โบรกเกอร์คาดว่าอัตราผลตอบแทนของหุ้น SCC จะอยู่ในระดับกว่า 3% ขณะที่หุ้น ADVANC และ RATCH อยู่ในระดับกว่า 4%

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) แนะนำซื้อหุ้น SCC โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 490 บาท คาดจะรักษาระดับการจ่ายปันผล 18 บาท  หรือ คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 3.9% โดยคาดกำไรปีนี้จะเติบโตได้ 1.4% สู่ระดับ 45,365 ล้านบาท

ด้านบล.เคจีไอ(ประเทศไทย) ได้ราคาหุ้น SCC ในปัจจุบันคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2562-2563 ที่ 3.3% โดยแนะนำถือหุ้น พร้อมกับประเมินราคาเป้าหมายที่ 458 บาทต่อหุ้น แต่ก็คาดว่ากำไรในไตรมาส 2/2562 ของ SCC จะอ่อนตัวลง เนื่องจากมีการตั้งสำรองตามกฎหมายแรงงานใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ประมาณ 2 พันล้านบาท ขณะที่ spread ปิโตรเคมีลดลงตามต้นทุน naphtha feedstock ที่แพงขึ้น ปัจจัยต่อมาคืออุปสงค์ปูนและวัสดุก่อสร้างอ่อนแอลงเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว

บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้หาจังหวะเข้าลงทุนเมื่อราคาอ่อนตัวลงในหุ้น RATCH  เพื่อรับเงินปันผลที่สม่ำเสมอ โดย Dividend Yield กว่า 4% ต่อปี ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างทบทวนปรับเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่ จากเดิมให้ราคาไว้ที่ 60 บาทต่อหุ้น ซึ่งที่ผ่านมา RATCH ได้รับผลดีจากการที่ภาครัฐให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 1,400 เมกะวัตต์(MW) ในพื้นที่ภาคตะวันตก ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น แต่ราคาก็ยังคงมี upside

ส่วนบล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้แนะนำซื้อหุ้น ADVANC  คาดหวังว่าจะมี Dividend Yield  ประมาณ 4% ขณะที่ราคาหุ้นก็ยังมี upside จากราคาเป้าหมายที่ให้ 208 บาทต่อหุ้น โดย ADVANC มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง จึงมีความพร้อมมากที่สุดที่จะให้บริการ 5G ภายในช่วง 2 ปีนี้

รายงาน : วิรัช บูรณกนกธนสาร
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com