SET ขึ้นแรงก็ต้องพักบ้าง แต่ไม่น่ากังวล STEC-LH น่าสน

บล.ไทยพาณิชย์ ส่องมุมมองต่อตลาด ดัชนีคาดแกว่งพักตัว หลังจากวานนี้ปรับขึ้นมาแรงกว่า 1% นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิหุ้นและ Long Futures ต่อ แม้จะยังไม่ยืนยันทิศทาง Fund Flow ที่ชัดเจน แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับวันนี้ให้น้ำหนักไปที่การเมืองในประเทศถึงความชัดเจนในการจับขั้วตั้งรัฐบาล ขณะที่ประเด็นการค้าสหรัฐ-จีน ยังต้องติดตามถึงท่าทีของทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป คาด SET วันนี้มีแนวรับ 1623 และ 1620 จุด หากไม่หลุดแนวดังกล่าวให้ทยอยสะสมรอบใหม่ แต่หากหลุดอาจต้องไปสร้างฐานใหม่ที่บริเวณ 1610 จุด

กลยุทธ์การลงทุน ยังคงแนะนำกลุ่มที่ปรับลงแรง และคาดผลการดำเนินงานจะฟื้นตัว TOP, IRPC, IVL, ซื้อเก็งกำไรกลุ่มรับเหมาจากความคืบหน้าการเมือง CK, SEAFCO, STEC, กลุ่มเช่าซื้อ AEONTS, TISCO และกลุ่ม IFF&REIT จากการคงดอกเบี้ยไปจนถึงโอกาสถูกปรับลง ด้าน Stock picks ประจำวัน ได้แก่ STEC และ LH

ประเด็นหลัก

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับลดลง DJIA -0.39%, S&P500 -0.28%, NASDAQ -0.45% ปัจจัยกดดันมาจากประเด็นที่สหรัฐเตรียมขึ้นบัญชีดำบริษัทจำหน่ายกล้องวงจรปิดรายใหญ่ 5 รายของจีน รวมทั้งนายสตีเวน มนูชิน รมต.คลังสหรัฐกล่าวว่ายังไม่มีแผนการเจรจาการค้ากับจีนในระยะเวลาอันใกล้นี้ ส่งผลให้นักลงทุนสลับมายังสินทรัพย์ปลอดภัย โดยราคาพันธบัตรสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นภายหลังจากรายงานการประชุม Fed เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการยังไม่มีแนวโน้มปรับอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้ ส่วนราคาทองคำและค่าเงินดอลลาร์ทรงตัว, ดัชนี VIX ปิด -1.34%, MSCI Emerging Market ETF ปิด -0.5% และ MSCI Thailand ETF ปิด +0.65%

สหรัฐฯ ยังเดินหน้ากดดันจีนต่อเนื่อง หลังทางการของสหรัฐยอมเลื่อนการแบนหัวเว่ยออกไป 90 วัน ล่าสุดสหรัฐฯ กำลังพิจารณาขึ้นบัญชีดำบริษัทผู้ผลิตและให้บริการกล้องวงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัย โดยกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้กำลังสนับสนุนรัฐบาลจีนในการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นชุมชนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันตกของจีน ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกโยงเข้ากับการเจรจาการค้าที่สหรัฐต้องการให้จีนยอมรับข้อตกลงให้ได้ อย่างไรก็ตามยังคงต้องตามกันต่อไปว่า ช่วงก่อนการประชุม G20 จะมีประเด็นอะไรเกิดขึ้น

เข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งสหภาพยุโรป โดยมีกำหนดการเลือกตั้ง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ ความเป็น ‘ประชานิยม’ ในกลุ่มประเทศสมาชิกกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และกำลังบ่อนทำลายความเป็นเอกภาพของสหภาพ ประเทศสมาชิกหลายประเทศ เริ่มไม่พอใจกับกฎเกณฑ์ของสหภาพที่เข้มงวดและไม่เป็นที่นิยม ซึ่งจำกัดอิสรภาพในการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจในประเทศของตนเอง ปัญหาเบร็กซิทที่ยังคาราคาซังและสงครามทางการค้า เป็นความท้าทายที่จะพิสูจน์ประสิทธิภาพของสมาชิกรัฐสภาชุดใหม่

ส่งออกไทย เม.ย. 62 หดตัว -2.57%yoy ผลจากสงครามการค้า โดยสินค้าที่หดตัว คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มยานยนต์ อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังดีต่อเนื่อง คือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป เครื่องดื่ม ทูน่ากระป๋อง ฯลฯ) และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (เครื่องปรับอากาศรถจักรยานยนต์ ฯลฯ) ขณะที่มูลค่าการส่งออกทำระดับต่ำสุดในรอบ 24 เดือน ทั้งนี้ คาดว่าการส่งออกของไทยในปีนี้มีโอกาสไม่เติบโต หรืออาจหดตัว จึงต้องคาดหวังจากภาคการบริโภคในครัวเรือน และภาคการลงทุนทั้งเอกชนและรัฐมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทน

นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิใน SET และเปิด Long ต่อเนื่องวันที่ 2 โดยวานนี้ซื้อสุทธิใน SET 2.27 พัน ลบ. รวมทั้ง SET50 Futures มีสถานะ Long สุทธิ 8.6 พันสัญญา ส่งผลให้ YTD กลับมามีสถานะ Long สุทธิอีกครั้งที่ 2.1 หมื่นสัญญา ขณะที่สถานะคงค้างยังคงลดลงต่อ บ่งบอกการทยอยปิดสถานะ Short (Short Close) มากขึ้น ถือเป็นมุมมองเชิงบวกระยะสั้น

หุ้น Stock picks ประจำวัน ได้แก่ STEC (รับ 24.90 ต้าน 26.00 cut 20.50) และ LH (รับ 10.60 ต้าน 11.20 cut 10.30) ตามสัญญาณที่ดีทางเทคนิค

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com