ILINKตุนแบ็กล็อก7.3พันล. อัตรากำไรขั้นต้นปีนี้แตะ30%

ทันหุ้น–ILINK ส่งซิกไตรมาส 2/2562 ดีกว่าไตรมาสแรก ได้งานเทเลคอม-Distribution หนุน มั่นใจรายได้ปีนี้ตามเป้า 5.48 พันล้านบาท พร้อมตุนงานในมือ 7.3 พันล้านบาท คาดอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้แตะ 30% มั่นใจคว้างาน เกาะสมุย-เกาะปันหยี มูลค่าเกือบ 2 พันล้านบาท คาดรู้ผลไตรมาส 3/2562 เตรียมเจรจา ITEL ทำดาต้าเซ็นเตอร์ แย้มผลงานปีหน้าโตก้าวกระโดด

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิว นิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2562 น่าจะดีกว่าไตรมาส 1/2562 เนื่องจากธุรกิจโทรคมนาคมยังคงเติบโตแบบก้าวกระโดด มีรายได้ในการให้เช่าวงจรสื่อสารความเร็วสูง ทั้งลูกค้าในกลุ่มธนาคาร บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์และบริษัทขนาดใหญ่ทีมีสาขาทั่วประเทศ

รวมทั้งยังชนะการประกวดราคาโครงการอินเตอร์เน็ตชายขอบของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ทำให้สามารถรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องและมีรายได้คงที่จากการให้เช่าพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์และลูกค้าเดิมที่ต่อสัญญามาโดยตลอด

*มั่นใจรายได้โตตามเป้า

อีกทั้งงานธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณได้แต่งตั้ง Distribution ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ประกอบด้วยสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า จำนวน 3 ราย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 3 ราย และราชอาณาจักรกัมพูชา จำนวน 2 ราย อีกทั้งยังได้เปิด Show Room Online ใน Lazada, Shopee และ ID Centralเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าและ บริษัทยังได้เปิดตัว LINK SWITCH ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในหมวดNetworking ที่มีมูลค่าตลาดในประเทศไทยกว่า 8,000 ล้านบาท จากปัจจัยดังกล่าวน่าจะส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมเติบโตตามเป้าที่ 5,485 ล้านบาท

ด้านนางสาวริษา อนันตรัมพร ผู้จัดการทั่วไป ILINK เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าปีนี้อัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มเป็นที่ 30% จากการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยไตรมาส 1/2562 มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 22% อีกทั้งบริษัทเตรียมประกวดราคาโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำ (Submarine Cable) ของเกาะสมุยวงจร 4 มูลค่า 1,767 ล้านบาท และเกาะปันหยี มูลค่า 188 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ภายในไตรมาส 3/2562 ซึ่งบริษัทหวังจะได้รับงานดังกล่าว เพื่อสนับสนุนงานในมือเพิ่มสูงขึ้น

*ตุน Backlog 7.3 พันล.

ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) รวมกว่า 7,300 ล้านบาท แบ่งเป็นงานเอ็นจิเนียริ่ง 1,600 ล้านบาท ได้แก่งาน Satellite terminal หรืองานCC3 และงานรถขนส่งผู้โดยสารไปยังSatellite terminal สนามบินสุวรรณภูมิเฟส2 ซึ่งจะส่งมอบงานในช่วงปีหน้า นอกจากนี้ยังมีงานโทรคมนาคม มูลค่ากว่า 5,700 ล้านบาท ทยอยรับรู้จนถึงปี 2563

ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมก่อสร้างคลังสินค้ามูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท พื้นที่รวม 10-11 ไร่ โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปีหน้า แต่ทั้งนี้อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทย่อย ITEL เพื่อพิจารณาในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์

ทั้งนี้ไตรมาส 1/2562 (สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.62) บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,157.50 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงาน อยู่ที่ 87.46 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้ของไตรมาส 1/2562 มาจาก 3 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย 1.รายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ เป็นการนำเข้าและจัดจำหน่ายสัญญาณคอมพิวเตอร์สำหรับเทคโนโลยีดิจิตอลและการสื่อสาร เป็นจำนวน 47% 2. รายได้จากธุรกิจโทรคมนาคม เป็นการให้เช่าวงจรสื่อสารความเร็วสูงและให้บริการเช่าพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ รวมทั้งการติดตั้งระบบโครงข่ายสายสัญญาณและระบบโทรคมนาคม เป็นจำนวน 39% และ 3.รายได้จากธุรกิจวิศวกรรมโครงการพิเศษเป็นการรับเหมาโครงการวิศวกรรมระบบไฟฟ้าและโครงการพิเศษที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นจำนวน 14%