จับกระแส RS-AU

SET  Index วันอังคารที่ 21  พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ดัชนีปิดทำการที่ 1,610.49 จุด ปรับตัว +2.38 จุด  โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 50,396.63 ล้านบาท  และวานนี้ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือนมิถุนายน ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น  0.34 เหรียญ/บาร์เรล มาอยู่ที่  00.00 เหรียญ/บาร์เรล และตลาด Down  Johns  ปิดทำการ 25,679.90  จุด  ปรับตัวลดลง  84.10  จุด ส่วนตลาดหุ้นไทยวานนี้ได้เปิดทำการที่ 1,608.82   จุด  +0.71  จุด

RS    ประกอบธุรกิจการเป็นผู้ให้บริการทางด้านคอนเทนต์บันเทิงและกีฬา และการเป็นผู้ให้บริการสื่อครบวงจร  ประกอบไปด้วย 5 คอนเทนต์หลัก คือ เพลง ดิจิตอล โชว์บิซ ภาพยนตร์ และกีฬา และสื่อ 3 ประเภท คือ สื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์  จากรายงานผลประกอบการใน 1Q62 มีกำไรสุทธิที่ 111 ล้านบาท +9%yoy และ -4%qoq โดยมีรายได้รวมที่ 929 ล้านบาท -4%yoy, -13%qoq แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจ MPC อยู่ที่ 563 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย -3%yoy จากช่วงเลือกตั้งในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายผ่านหน้าจอโทรทัศน์ลดลง สำหรับรายได้ธุรกิจทีวี -7%yoy  ลดลงตามเรตติ้งที่ปรับลดลงจากซีรีส์ต่างประเทศ “พิฆเนศ ศึกมหาเทพอวตาร” ซึ่งออกอากาศเป็นเวลานานได้รับความนิยมลดลง

อย่างไรก็ดีบริษัทได้ปรับผังในเดือน พ.ค. โดยนำซีรีส์ “อะลาดิน” และละคร เพรงลับแล ทำให้ เรตติ้งแข็งแกร่งขึ้น อัตรามาร์จิ้น 1Q62 เพิ่มขึ้น 46% จาก 40%yoy จากขายสินค้าที่มีอัตรามาร์จิ้นสูงในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 30% จาก 25%yoy เนื่องจากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากธุรกิจ MPC ที่มีสัดส่วนพนักงานขาย Outbound เพิ่มขึ้น สำหรัยแนวโน้ม 2Q62 คาดจะดีขึ้น qoq และyoy  จากผลบวกเต็มไตรมาสจากกการนำสินค้าขายผ่านช่องไทยรัฐ ขณะที่คาดเม็ดเงินโฆษณาจะเริ่มฟื้นตัวหลังการเลือกตั้ง   คำแนะนำ  ซื้อ  แนวรับ 15.30  บาท  แนวต้าน 20.00  บาท

AU   ประกอบธุรกิจร้านขนมหวาน ที่เรารู้จักกันภายใต้ชื่อ ร้านอาฟเตอร์ ยู และ ร้านเมโกริ นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจบริการจัดงานนอกสถานที่และการรับจ้างผลิต จากรายงานผลประกอบการใน 1Q62 มีรายได้ 286.8 ล้านบาท +44%yoy โดยมีจำนวนสาขา ณ สิ้นงวด เท่ากับ 35 สาขา จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมี 28 สาขา ประกอบกับมีรายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM)ที่ 16.3 ล้านบาท จาก 1Q61 ที่มีรายได้ในส่วนนี้เพียงแค่ 2.6 แสนบาท ขณะที่ %GPM ปรับตัวลงมาที่ระดับ 66% จาก 1Q61 อยู่ที่ระดับ 67.6% เนื่องจากสินค้ากลุ่ม OEM มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่า ส่วน %SG&A ทำได้ดีขึ้นมาที่ระดับ 43% จาก 1Q61 อยู่ที่ระดับ 49% จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม และมีการส่งสินค้าแบบ Delivery ทำให้ใช้อุปกรณ์และสถานที่น้อยลง ส่งผลให้งวด 1Q62 มีกำไรสุทธิ 59.7 ล้านบาท +91.4%yoy

แนวโน้มใน 2Q62  คาดว่าผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโต yoy โดยมีปัจจัยสนับสนุนในช่วง 2Q62 มีแผนจะเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 6 สาขา ซึ่งจะส่งผลให้มีสาขาทั้งหมด ณ ปลาย 2Q62 เท่ากับ 41 สาขา ด้านงาน OEM ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และคาดตลอดทั้งปี 62 ผลประกอบการยังมีอัพไซต์จากการเปิดสาขาแรกในรูปแบบของแฟรนไชส์ที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งคาดว่าบริษัทจะเร่งเปิดให้ทันก่อนช่วงเทศกาลคริสต์มาส คำแนะนำ  ซื้อ แนวรับ  8.80  บาท  แนวต้าน 10.00 บาท

 

K.KRAZIP