จีดีพีโค้งแรกกร่อยเหลือ2.8% คงเป้าดัชนี1,750จุดเก็บหุ้นดี

ทันหุ้น –เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2562 เหลือ 2.8% ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส สภาพัฒน์ ปรับเป้าจีดีพีลงเหลือ 3.3-3.8% ด้านทีเอ็มบีมองวูบหนักเหลือ 3% ส่งออกหดเหลือ 0.5% ตามแรงกดดันเทรดวอร์ ด้านนักวิเคราะห์รับจีดีพีวูบแต่ผลงานบจ.ยังดี ยังคงเป้าSET ที่ 1,750 จุด แนะสะสมหุ้นดีราคาถูก CPALL, BJC, AMATA, JWD, CENTEL, ERW, CK, BDMS, BH, BGRIM, RATCH

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2562 ขยายตัว 2.8% ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการขยายตัว 3.6% ในไตรมาส 4/2561 และถือว่าเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 4/2557 พร้อมปรับลดคาดการณ์ GDP ทั้งปี 2562 ลงเหลือ 3.3-3.8% ลดลงจาก 3.5-4.5% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 3.6%

นอกจากนี้ สภาพัฒน์ยังได้ปรับลดสมมติฐานสำคัญที่ใช้ในการประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยใหม่ ได้แก่ 1.การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ลดลงเหลือ 3.6% จากเดิม 3.8% ซึ่งเป็นผลจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น, 2.รายรับของนักท่องเที่ยว ลดลงเหลือ 2.21 ล้านล้านบาท จากเดิม 2.24 ล้านล้านบาท, 3.ปรับลดอัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐในปีงบประมาณ 2562 ลงเหลือ 65% จากเดิม 70%, และ 4.อัตราแลกเปลี่ยนทั้งปี ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเป็น 31.10-32.10 บาทต่อดอลลาร์ จากเดิม 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์

ด้าน นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB (TMB Analytics) ปรับลดประมาณการ การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2562 เหลือ 3.0% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.5% หลังเห็นการชะลอตัวของ GDP ไตรมาส 1/2562 ที่ชะลอมากกว่าคาด แม้ความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุนมีแนวโน้มปรับดีขึ้นหลังจากประเทศไทยมีคณะรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ แต่เศรษฐกิจจะยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสงครามการค้าที่ยังไร้ข้อสรุป ประเมินยอดส่งออกของไทยทั้งปีโตได้เพียง 0.5%

กังวลเทรดวอร์ ‘ลากยาว’

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประเมินว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา กับจีนจะยังคงยืดเยื้อกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับลดประมาณการ GDP ปี 2562 ลงเหลือระหว่าง 3.2-3.9%  จากเดิมที่ 4.0%

อย่างไรก็ตาม บล.กสิกรไทย ยังคงประมาณการเป้าดัชนีฯ ปีนี้ไว้ที่ 1,750 จุดเนื่องจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 1/2562 ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับคาดการณ์

“ประเมินว่าการปะทุคราวนี้คงไม่จบลงง่ายๆ เพราะสหรัฐฯ ต้องการประกาศให้รู้ว่าตัวเองยังเป็นประเทศมหาอำนาจ หลังจากที่จีนเริ่มผงาดขึ้นมาและกำลังจะแซงขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจในอนาคต ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยนั้น น่าจะอยู่ในกรอบจำกัดเพราะไม่ใช่ประเทศหลักที่โดนผลกระทบทางการค้า แต่คงไม่ฟื้นตัวกลับมาสดใสได้ในเร็วๆ นี้เพราะนักลงทุนทั่วโลกต่างชะลอการลงทุน เพื่อรอดูทิศทางประเทศ รวมถึงธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบที่ชัดเจนอีกระยะ”

 หวังรัฐบาลใหม่เรียกความเชื่อมั่น

นายกวี  คาดการณ์ช่วงไตรมาส 2/2562-ไตรมาส 3/2562 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศน่าจะยังคงชะลอตัวตามภาวะศูนย์ยากาศที่เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลชุดใหม่  อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าช่วงไตรมาส 4/2562 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศน่าจะฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน ตามแผนการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศรวมถึงการเดินหน้าลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานหลายโครงการที่อย่ะหว่างการพิจารณา

ดังนั้น นายกวี มองว่าในภาวะที่ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนใน “ขาลง” ยังถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดี โดยนักลงทุนสามารถหาช่วงราคาที่เหมาะสมเลือกหุ้นรายตัวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและ Technology Disruption ประกอบด้วย 1.กลุ่มค้าปลีก CPALL, BJC, 2.กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม AMATA, JWD, 3.กลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรมยังคงเป็นโอกาสในการทยอยซื้อ CENTEL, ERW, 4.กลุ่มโรงพยาบาล BDMS, BH, 5.กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM, RATCH, 6.กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง CK, 6.กลุ่มอสังหาฯ หลายตัวก็มีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจทั้ง LH, SPALI, QH เป็นต้น