ศก.ไทยครึ่งปีหลัง 2562 ยังเผชิญความท้าทายหลายประการ แนวโน้มทั้งปีอาจต่ำกว่าที่คาดที่ 3.7%

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ชะลอตัวลงต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส อยู่ที่ร้อยละ 2.8 ต่อปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ร้อยละ 3.2 จากแรงฉุดจากการส่งออกที่หดตัวลง ตามภาวะการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากสงครามการค้า ในขณะที่ภาพรวมการใช้จ่ายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังเป็นตัวหนุนให้เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวเป็นบวกได้ ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจดังกล่าวคาดว่า จะยังต่อเนื่องไปยังไตรมาสที่ 2 ของปี โดยการใช้จ่ายครัวเรือนจะยังเป็นตัวหนุนเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกลางปี แต่ยังต้องติดตามภาวะภัยแล้งที่มีความเสี่ยงจะลากยาวไปถึงเดือนก.ค.ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรในไตรมาสที่ 2 ให้ลดลง

เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2562 ยังมีความไม่แน่นอนอยู่หลายประการ จากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังมีความเสี่ยงที่จะมีมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติมจากปัจจุบัน ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศการค้าโลก ตลอดจนภาพรวมการส่งออกทั้งปีของไทยให้ขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ระดับปัจจุบันที่ร้อยละ 3.2 (กรอบประมาณการร้อยละ2.5-3.5)

ในขณะที่ปัจจัยในประเทศคงรอติดตามการจัดตั้งรัฐบาลคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนการผลักดันงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปดังนั้น ในเบื้องต้นศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ไว้ที่ร้อยละ 3.7 เพื่อรอประเมินปัจจัยความไม่แน่นอนทั้งจากภายนอกและภายในประเทศดังกล่าวซึ่งหากสถานการณ์ลากยาวออกไป จะส่งผลให้ GDP ทั้งปี 2562 ขยายตัวโน้มเข้าสู่กรอบล่างของประมาณการที่ร้อยละ 3.2-3.9

เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2562ชะลอตัวลงต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส นับตั้งแต่ปี 2558 ที่ร้อยละ 2.8 ต่อปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ร้อยละ 3.2

>>ปัจจัยภายนอกส่งผลต่อการชะลอตัวลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะภาคการผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing)ชะลอลงอย่างมากตามการหดตัวของการส่งออก ในขณะที่การชะลอตัวลงของภาคการท่องเที่ยวส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งโรงแรม ที่พักอาศัย ร้านอาหาร และค้าปลีกค้าส่งให้ชะลอตัวลงเช่นกัน (ตารางที่ 2)

>>ในขณะที่การใช้จ่ายในประเทศจากภาคเอกชนยังเป็นตัวหนุนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวเป็นบวกจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ตามยอดจำหน่ายรถยนต์ที่ยังขยายตัวในอัตราที่สูง ในขณะที่กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ช่วยหนุนการใช้จ่ายภาคเอกชนให้เพิ่มขึ้นตาม

เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2562 ยังมีความไม่แน่นอนอยู่หลายประการ จากประเด็นเรื่องสงครามการค้า และปัจจัยการเมืองในประเทศ

>>ประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังมีความเสี่ยงที่จะมีมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างกันเพิ่มเติมจากปัจจุบันซึ่งยังต้องติดตามผลการเจรจาระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่คาดว่าจะมีการพบปะพูดคุยกันในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (G20) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มิ.ย. 2562 อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ไม่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จะมีผลต่อบรรยากาศการค้าโลก ตลอดจนภาพรวมการส่งออกทั้งปีของไทยให้ขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ระดับปัจจุบันที่ร้อยละ 3.2 (กรอบประมาณการร้อยละ 2.5-3.5)

>>ในขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศ ยังต้องติดตามการจัดตั้งรัฐบาล คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนการผลักดันงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปหากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่จะต้องแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นที่คาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็เร่งกระบวนการงบประมาณประจำปี 2563 เพื่อให้มีเม็ดเงินงบประมาณที่จะใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่องอันน่าจะเป็นภาพเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง

ในเบื้องต้นศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ไว้ที่ร้อยละ 3.7 เพื่อรอประเมินปัจจัยความไม่แน่นอนทั้งจากภายนอกและภายในประเทศดังกล่าว ซึ่งหากสถานการณ์ลากยาวออกไปจะส่งผลกระทบให้ GDP ทั้งปี 2562 ขยายตัวโน้มเข้าสู่กรอบล่างของประมาณการที่ร้อยละ 3.2-3.9

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
ที่มา : บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com