LH มองข้ามช็อตครึ่งปีหลัง รุกเปิดโครงการใหม่อัพยอด

ทันหุ้น –LH คาดผลงานครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก เผยไตรมาส 2/2562 เปิดโครงการใหม่ 2-3 โครงการ มั่นใจทั้งปีเปิดตามแผน 16 โครงการ มูลค่า 2.99 หมื่นล้านบาท หวังกระตุ้นยอดขาย เชื่อทั้งปีทำได้ 3.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าเช่าเติบโตแรง หนุนรายได้รวมทั้งปีแตะ 3.7 หมื่นล้านบาท เชื่อตลาดบ้านแนวราบดีมานด์โตดี 

นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากบริษัทจะเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2/2562 นี้ วางแผนจะเปิดโครงการใหม่ราว 2-3 โครงการ จากไตรมาส 1/2562 เปิดไปแล้ว 4 โครงการ มั่นใจว่าทั้งปีจะเปิดได้ตามแผนที่วางไว้ 16 โครงการ มูลค่ารวม 2.99 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล 14 โครงการ และต่างจังหวัด 2 โครงการ ทำให้ยังคงเป้ายอดขายไว้ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท หรือมียอดขายราวเดือนละ 2 พันล้านบาท

*ตลาดแนวราบยังดี

ทั้งนี้กำลังซื้อโครงการแนวราบยังเติบโตได้ต่อเนื่อง เหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมอาจจะชะลอตัวลงจากลูกค้าจีนที่ลดลงจากผลกระทบสงครามการค้า และขณะนี้ซัพพลายคอนโดนิเนียมก็ยังอยู่ในระดับสูง ส่วนบริษัทเองก็ชะลอการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมออกไปเพื่อลดซัพพลายในตลาด แต่โดยรวมแล้วภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัจจัยบวกในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่มีทิศทางทรงตัวถึงลดลงเห็นได้จากหลายๆ ประเทศเริ่มออกมาส่งสัญญาในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามภาพรวมเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มอย่างไรต่อไป

ส่วนรายได้รวมปี 2562 ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมามี 7.98 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ราว 3.2 หมื่นล้านบาท และรายได้ค่าเช่าจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าอีก 5 พันล้านบาท ซึ่งรายได้ค่าเช่าเติบโตต่อเนื่อง ปีนี้มีอัตราการเติบโต กว่า 36% โดยรายได้ค่าเช่ามีอัตราการเติบโตที่ดีมาก ซึ่งไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านก็เติบโตกว่า 35%

ขณะที่การขาย เซ็นเตอร์พ้อยท์ สุขุมวิท ทองหล่อ เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) จะเป็นช่วงไตรมาส 4/2562 นอกจากนี้ยังเตรียมขายอพาร์ทเมนท์ LH USA ในสหรัฐอเมริกา 4 โครงการ ตั้งแต่ปี 2563-2566 หรือราวปีละ1 โครงการ เพื่อเป็นไปตามนโยบายการลงทุนของบริษัท โดยแผนการขายทรัพย์ต่างๆ ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ที่วางไว้

*ถือหุ้น HMPRO หนุน

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุถึง LH ว่ายังคงเป้ารายได้ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท โดยรวมรายได้จากค่าเช่า 5 พันล้านบาท คงที่ จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีเป้ายอดจองที่ 3.3 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ในปีนี้จากการเปิด 16 โครงการใหม่มูลค่า 2.99 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน ด้านรายได้อ่อนแอลงจากการโอนคอนโดที่ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง

โดยคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 1/2562 จะอ่อนแอที่สุดของปี นอกจากนี้ LH กล่าวว่าอัตรากำไรที่ลดลงมาจากการใช้ TFRS 15 ซึ่งแม้จะไม่กระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่ทำให้อัตรากำไรลดลงจาก 34% เป็น 32% และด้วยยอดโอนคอนโดที่ลดลงทำให้อัตรากำไรในปีนี้ทรงตัว 33-34% จากการเปิดตัวโครงการใหม่ๆในช่วง ครึ่งปีหลังปี 2562

*เชียร์ซื้อ เคาะเป้า 12.50 บ.

อย่างไรก็ดีคาดยอดจองเพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันปีก่อน ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2562 โดยยอดจองในช่วงไตรมาส 1/2562  ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีการรับรู้รายได้ 5.7พันล้านบาท ลดลง 28% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 26% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการโอนคอนโดที่ลดลง และด้วยการจัดโปรโมชั่นในช่วงไตรมาส 2/2562 จะช่วยให้ยอดจองเพิ่มขึ้นราว 1 พันล้านบาท

ในขณะที่โครงการ Low-rise มียอดจองเพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากงานในมือที่เพิ่มขึ้น 2.6 พันล้านบาท และที่ดินที่เพิ่มขึ้นใน ไตรมาส 1/2562 จะช่วยหนุนการเปิดตัวในปี 2563 และในช่วง ไตรมาส 4/2562 บริษัทมีแผนจะขาย Grande Centre Point เข้ากอง REIT แนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 12.50 บาท (SOTP) และมีปัจจัยหนุนคือ 1.ยอดขายโครงการ Low-rise ที่ดีกว่าคาด 2.การถือหุ้นใน HMPRO 3.แผนการเปิดตัวในปี 2562 ที่แข็งแกร่ง