VL มั่นใจเทรดวันแรกฉลุย งบพุ่ง63.52%เดินเรือเพิ่ม

ทันหุ้น – VLลงสนามเทรดวันแรก ผู้บริหารมั่นใจนักลงทุนตอบรับดี จากราคาจอง 1.75 บาท เหตุพื้นฐานแกร่งของจริง โชว์งบไตรมาส1/2562พุ่ง 63.52% จากเรือที่เพิ่มมาช่วงปลายปี พร้อมขยายกองเรืออีก โบรกชี้จุดเด่นเป็นกองเรืออายุน้อย แถมราคายังต่ำกว่าพีอีกลุ่ม เคาะกำไรปีนี้โตแตะ 90 บาท ชี้เป้า 2.38-2.68 บาท

นางชุติภา กลิ่นสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ VL ผู้ดำเนินธุรกิจเดินเรือ แสดงความเชื่อมั่นว่าหุ้น VL ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน หลังจากขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 280 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 1.75 บาท เนื่องจาก พื้นฐานธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง สะท้อนจากงบไตรมาส 1/62 ออกมาค่อนข้างดีมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 23.42 ล้านบาท เติบโต 63.52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการให้บริการในประเทศที่เติบโตสูงขึ้น ประกอบกับบริษัทสามารถการบริหารจัดการต้นทุนให้มีสัดส่วนที่น้อยลง ส่วนรายได้จากการให้บริการรวมอยู่ที่ 185.73 ล้านบาท เติบโต 10.07%

@ เรือใหม่ดันโตสูง

แบ่งเป็น จากการให้บริการในประเทศอยู่ที่ 141.19 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.83% จากการลงทุนซื้อเรือ วี.แอล.20 ที่มีความสามารถในการขนส่ง 5,439 ลูกบาศก์เมตรต่อเที่ยว เพื่อเริ่มให้บริการขนส่งน้ำมันดิบในไตรมาส 4/61 ทำให้บริษัทมีรายได้จากการขนส่งน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 61.34% ขณะที่บริษัทมีรายได้จากการให้บริการต่างประเทศอยู่ที่ 42.32 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการอื่นอยู่ที่ 2.22 ล้านบาท

ทั้งนี้ VL ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ทางทะเลมากกว่า 20 ปี โดยมีคู่ค้าหลัก เช่น ESSO ปัจจุบันมีเรืออยู่ทั้งสิ้น 12 ลำ และมีน้ำหนักบรรทุกรวมเป็นอันดับ 4 ในอุตสาหกรรม ซึ่งอุตสาหกรรมขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ในประเทศมีผู้ประกอบการ 9 ราย โดยแต่ละรายจะมีลูกค้าหลักเป็นของตนเอง ทำให้คู่แข่งรายใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมได้ยาก รวมถึงมีการลงทุนที่สูง และต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการให้บริการ

ขณะที่นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือของบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น มั่นใจเช่นเดียวกันว่า จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจาก VL มีแผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจน ได้แก่ การต่อเรือใหม่ หรือการซื้อเรือมือสอง เพื่อเพิ่มความสามารถให้บริการ พร้อมทั้งยังมองหาเส้นทางการเดินเรือใหม่ เพื่อเพิ่มการให้บริการที่มากขึ้น และเป็นการสนับสนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

@เคาะเป้า 2.37-2.68 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด  กำหนดราคาเป้าหมาย VL อยู่ที่ 2.58 บาท ด้วยวิธี PER ซึ่งอิง Prospect PER ที่ระดับ 23 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหุ้นกลุ่มขนส่ง และโลจิสติกส์ที่ 39 เท่า โดยประเมินกำไรต่อหุ้นแบบ Fully Diluted สำหรับปี 2562 ได้เท่ากับ 0.112 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ยังคาดว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรสุทธิระหว่างปี 2560-2562 จะอยู่ที่ 41% และคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2562 จะอยู่ที่ 90 ล้านบาท เติบโตประมาณ 50% โดยคาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 10.60% รายได้จากการขนส่งจะอยู่ที่ 851 ล้านบาท เติบโต 23% จากการรับรู้รายได้ของเรือ วี.แอล 20 เต็มปี พร้อมกับมีการขยายกองเรือเพิ่มขึ้น ภายใต้สมมุติฐานการมีกองเรือใหม่ที่มีอายุน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์คันทรี่กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ชี้จุดเด่นของบริษัทเป็นกองเรือที่มีอายุเฉลี่ย 16 ปี อายุน้อยเป็นอันดับ 2 จากทั้งหมด 9 รายที่ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งน้ำมัน โดยคาดการกำไรสุทธิต่อหุ้นปี 2562 อยู่ที่ระดับ 0.11 บาท ด้วยพีอีเหมาะสมที่ 22.3 เท่า ใกล้เคียงกับ PRM มีราคาเหมาะสมที่ 2.37 บาทต่อหุ้น

ด้าน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ จีเอ็มโอ-แซด คอม (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่าผลการดำเนินงานของ VL จะเติบโตโดดเด่นจากอานิสงค์ของการลงทุนในเรือในปี 2561 ซึ่งจะเข้ามาให้บริการในปี 2562 และเป็นเรือที่มาทดแทนเรือเก่าที่ปลดระวาง ส่งผลให้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเรือที่สามารถบรรทุกได้เพิ่มขึ้น  ประเมินกำไรสุทธิปี 2562 อยู่ที่ระดับ 90 ล้านบาท เติบโต 46.76% จากปีก่อน ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 2.68 บาท

นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กำหนดราคาเป้าหมาย 2.56 บาท โดยกำไรจะอยู่ที่ 91 ล้านบาท เติบโต 49.20% จากปีก่อน เนื่องมีการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 38,534 DWT โดยเป็นการรับรู้รายได้จากเรือที่ซื้อในปี 2561 เต็มปี และในปี 2562 มีการรับเรือใหม่อีก 1 ลำ ซึ่งเรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และจะสนับสนุนรายได้เพิ่มขึ้น 21.90% จากปีก่อน