5 โบรกฯส่องกล้องมองหุ้น BEAUTY ให้ราคาเป้าหมาย 4.20-5.30 บาท

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 5 แห่ง ได้ให้มุมมองต่อหุ้นบริษัทบิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTYผ่านบทวิเคราะห์หลักทรัพย์  หลังจากที่ได้รับฟังข้อมูลจากผู้บริหาร เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่จะมองว่ากำไรสุทธิได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา คาดว่ามีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้ แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาที่จะทำให้ธุรกิจกลับมาเติบโตเหมือนในอดีต

นอกจากนี้นักวิเคราะห์ ยังมองว่าเป้าหมายที่ผลดำเนินงานในปี 2562 ที่ผู้บริหาร BEAUTY กำหนดไว้ว่าจะมียอดขายเติบโต 20% และมีอัตรากำไรสุทธิต่อยอดขาย(Net profit margin) ไม่ต่ำกว่า 25% นั้นเป็นไปได้ยากที่จะทำได้

อย่างไรก็ตามพบว่าโบรกเกอร์บางแห่งมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้น หลังจากได้รับฟังข้อมูลจากบริษัท และได้มีการปรับคำแนะนำเพิ่มขึ้น ซึ่งคำแนะนำส่วนใหญ่ขณะนี้จะให้นักลงทุนถือหุ้น เพราะมองว่าแนวโน้มของบริษัทมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยประเมินว่าในครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น จากกการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า รวมถึงราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมามากแล้ว จึงมีโอกาสที่จะรีบาวด์ดีดขึ้นมาได้ ซึ่งโบรกเกอร์ให้ราคาพื้นฐานสูงสุดที่ 5.30 บาท ส่วนต่ำสุดที่ 4.20 บาท

**ปรับเพิ่มคำแนะนำ

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ได้ปรับคำแนะนำใหม่เป็น ถือหุ้นรอพัฒนาที่ชัดเจน จากเดิมแนะนำขาย โดยระบุว่า เราเห็นถึงความตั้งใจของทีมผู้บริหาร BEAUTY ในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์แต่ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตลาดใหม่และช่องทางใหม่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางแทบทุกตลาด เป้ารายได้ที่ผู้บริหารตั้งไว้ปีนี้เติบโต 20% อัตรากำไรสุทธิ 25% ยากเกินกว่าจะทำได้ในปีนี้ แต่เราเชื่อว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/2562  การฟื้นตัวจะค่อยเป็นค่อยไป

หากในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ กำไรในปีนี้น่าจะทำได้ 802 ล้านบาท ซึ่งก็ยังลดลง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน และต่ำกว่าประมาณการเดิมของเรา 10% ประเมินราคาเป้าหมาย 5 บาท  ประมาณการของเราไม่ conservative แต่อยู่บนการคาดการณ์ว่ากลยุทธ์ต่างๆจะประสบความสำเร็จ แต่หากไม่สำเร็จตามเป้า กำไรปีนี้อาจเหลือ 600-700 ล้านบาท เป้าจะเป็น 4.5-4.7 บาท

ฝ่ายวิจัยบล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่ากำไรจะค่อยๆ ดีขึ้นในไตรมาส 2/2562 เพราะตลาดจีนยังมีผลกระทบจากการที่รัฐบาลเก็บภาษีออนไลน์ และการกระจายสินค้าที่ยังไปไม่ทั่วถึงอีกหลายประเทศ แม้ครึ่งปีหลังจะเริ่มเก็บเกี่ยวแต่กำลังเผชิญการบริโภคที่อ่อนแออยู่ในหลายประเทศ คาดวายอดขายทั้งปีนี้จะลดลง 7% จากปีก่อนเหลือ 3.2 พันล้านบาท และ Gross margin น่าจะยังอยู่ในระดับ 60-61% ได้ แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยากที่จะต่ำกว่า 30% ในช่วงที่กำลังขยายตลาด

ด้านบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ก็เป็นอีกโบรกเกอร์หนึ่งที่ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากเดิมแนะนำถือ พร้อมกับให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 5.15 บาทต่อหุ้น มองเช่นกันว่าผลดำเนินงานในไตรมาสแรกปีนี้ย่ำแย่ที่สุดแล้ว และคาดว่าผลดำเนินงานของ BEAUTY จะฟื้นตัวอย่างช้าๆ จะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง จากยอดขายที่ฟื้นตัว โดยยอดขายต่างประเทศที่หายไปจากกลุ่ม Wholesalers คาดจะกลับมาหลังพยายามเร่งกระจายสินค้า ให้ครอบคลุมร้านค้าในจีนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเข้าถึง outlet แล้วราว 40,000 จุดจากทั้งปีนี้คาดหวัง 100,000 จุด

ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2562 ลงเหลือ 418 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐานยอดขายหดตัว 31.5%  และ GPM ที่ลดลงเหลือเพียง 60.8%

**มุมมองยังเป็นกลางๆ แนะนำถือ    

บล.ทิสโก้  แนะนำ “ถือ” ให้ราคาเป้าหมาย 4.20 บาทต่อหุ้นจากเดิมเคยให้ราคาอยู่ที่ 8.60 บาท สาเหตุที่แนะนำถือ เพราะ  upside ที่จำกัดต่อราคาเป้าหมายของเรา โดยยังมีโอกาสการเติบโตได้ดีกว่าคาดหากแผนการต่างๆ ของบริษัทสำเร็จตามที่มองไว้

มองว่าปีนี้ยังคงเป็นปีที่บริษัทต้องเผชิญกับผลประกอบการที่อ่อนตัว โดยต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อกระตุ้นยอดขายทั้งในและต่างประเทศ เรามองว่ายังต้องใช้เวลาที่จะเห็นผลในแต่ละช่องการจัดจำหน่ายที่บริษัทเข้าไปจำหน่าย โดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งบริษัทตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท บริษัทเพิ่งเริ่มทยอยส่งสินค้าเข้าในไตรมาสที่ผ่านมา และคาดจะเห็นรายได้เข้ามาอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงครึ่งปีหลัง ในขณะที่การจำหน่ายในประเทศยังได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงและการบริโภคในประเทศที่ยังชะลอตัวดังนั้นเรามองว่าช่วงที่จะเห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนคือในครึ่งปีหลังเป็นต้นไป

ได้ปรับลดประมาณการผลประกอบการสำหรับปี 2562-2563 ลง 50 % เพื่อสะท้อนการเติบโตของรายได้ที่ลดลงในทุกช่องทางจำหน่ายของบริษัททั้งการจำหน่ายผ่านสาขาในประเทศ คาดยอดขายต่อสาขา (SSSG) อยู่ในระดับที่ติดลบ-40 % ในปีนี้ , Modern Trade คาดจะลดลง -15 % จากช่องทางโมเดิร์นเทรดที่เน้นลูกค้าจีนที่ยังคงหดตัว , สำหรับค้าส่งและต่างประเทศ คาดรายได้ 645 ล้านบาท ซึ่งค่อนข้างเข้มงวดเมื่อเทียบกับเป้าหมายของบริษัทที่คาด 1,500 – 1,700 ล้านบาทสำหรับอัตรากำไรขั้นต้น คาดอยู่ที่ 60.7 % จากช่องทางโมเดิร์นเทรดและต่างประเทศที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าขายผ่านหน้าร้าน และบริษัทมีการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย

**ราคามีโอกาสรีบาวด์

บล.เคทีบี(ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นกลางต่อ Outlook ของ BEAUTY และได้แนะนำถือหุ้น ให้ราคาเป้าหมายที่ 5.30 บาท มองว่าเป้าหมายที่บริษัทฯ ตั้งไว้ค่อนข้างท้าทาย มีโอกาสน้อยมากที่จะ achieve ซึ่งหากทำได้ก็จะเป็น Upside ต่อผลประกอบการปี 2562 และราคาเป้าหมายของเรา ดังนั้น เราจึงคงประมาณการที่รายได้ -16.2%  และ NPM 21% ซึ่งจะส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2562 หดตัว -38%  ที่ 612 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวลดลง-35% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจากผลประกอบการไตรมาส 1/2562  ที่น่าผิดหวัง นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและแผนการขยายตลาดยังต้องใช้เวลา ปัจจุบันราคาหุ้นปรับตัวลงมากเกินไป ในระยะสั้นมีโอกาส Rebound  ได้ จากกำไรที่น่า bottom ในไตรมาสแรกปีนี้ และค่อยๆฟื้นตัว

เราประเมินผลประกอบการไตรมาส 2/2562  ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2562  แต่ยังคงชะลอตัวเทียบกับไตรมาส 2/2561  จากฐานที่สูงในช่วงเดียวกันปีก่อน  เรามองว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังมีการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้การบริโภคในประเทศปรับตัวดีขึ้น และรายได้จากต่างประเทศที่ขยายตัว

บล.กสิกรไทย แนะนำ “NEUTRAL” ให้ราคาเป้าหมาย 4.50 บาทต่อหุ้น มองว่าเป้าหมายที่ผู้บริหาร BEAUTY กำหนดไว้ค่อนข้างท้าทาย จากผลประกอบการไตรมาส 1/2562 ที่ออกมาต่ำมาก เรามองว่ายอดขายที่จีนจะค่อยๆดีขึ้นอย่างช้าๆ จากการไปเปิดร้านค้าบนช่องทาง Ecommerce ที่จีน และหาพันธมิตรเพื่อช่วยกระจายสินค้า เราคาดกำไรไตรมาส 2/2562  ลดลง 52%  เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2561

รายงาน : วิรัช บูรณกนกธนสาร
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com