Trade War ผลกระทบ แนวรับ SET Index และดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรม

SET Index และดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมของไทย ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นทั่วโลกจาก Trade War ในปี 2018 ที่มีการปรับขึ้นภาษี 3 ช่วง พบว่าแต่ละช่วง SET Index ปรับตัวลง 12.8% และ 11.8% และช่วงที่ 3 หรือครั้งล่าสุดที่ยังไม่สิ้นสุด ดัชนีฯลดลงไปแล้ว 3.5%

หากนำมาเทียบกับระดับ PE ในแต่ละช่วงเวลา พบว่า SET Index ในช่วงแรกปรับลงต่ำสุดที่ระดับ 1595 จุด หรือ Forward PE ที่ 16.7x ในช่วงที่ 2 ปรับลงต่ำสุดที่ระดับ 1548 หรือ Forward PE ที่ 16.2x สำหรับช่วงที่ 3 หรือครั้งนี้ เราคาด แนวรับของ SET Index เมื่อใช้ กำไรตลาดและ Forward P/E ถ้าใช้ EPS คาดการณ์ปีนี้ ที่ 103.2 บาท และ Forward P/E (ดูกราฟด้านล่าง) ที่ 14.9-15.0 เท่า เป็นแนวรับดัชนีฯ จะได้แนวรับหรือปราการด่านสุดท้ายของดัชนีฯ ที่ 1537 – 1548 จุด

หุ้นแต่ละกลุ่มส่วนใหญ่ปรับตัวลงล้อกับ SET Index มีเพียงกลุ่มโรงพยาบาล และ Property Fund & REIT ที่มีการปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย ทั้งสองช่วงเวลา เรามองว่าน่าจะเป็นหลุมลบภัยได้ดีสำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบเสี่ยงหรือต้องการลดความเสี่ยงของพอร์ต

Timeline ในการปรับขึ้นภาษีในช่วงปี 2018-2019

ช่วงที่ 1 : ตั้งแต่เดือน มี.ค. เมื่อสหรัฐฯ เริ่มประกาศจะใช้ภาษีนำเข้าสินค้าจีน จนถึงปลายเดือน มิ.ย. เพราะหลังจากที่อัตราภาษี 10% มีผลบังคับใช้ 6 ก.ค. ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ฟื้นตัวขึ้น

ช่วงที่ 2 : เมื่อสถาบันวิจัย (ต่างประเทศ) เริ่มปรับลด GDP ประเทศสำคัญๆ หลังพบว่า ตัวเลขเศรษฐกิจชะลอตัวและลูกค้าชะลอการสั่งซื้อสินค้า หลังเริ่มใช้อัตราภาษีมาตั้งแต่เดือน ก.ค.เริ่มเห็นผล ส่งผลให้เกิดการขายหุ้นอีกระลอกหนึ่ง

ช่วงที่ 3 : 5 พ.ค.19 การเจรจาการค้าล้มเหลว สหรัฐฯประกาศปรับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีน $2 แสนลบ. จาก 10% เป็น 25% โดยแต่ละช่วง SET Index ปรับตัวลง 12.8% และ 11.8% และ ช่วงที่ 3 หรือครั้งล่าสุดที่ยังไม่สิ้นสุด ดัชนีฯลดลงไปแล้ว 3.5% หุ้นแต่ละกลุ่มส่วนใหญ่ปรับตัวลงล้อกับ SET Index มีเพียงกลุ่มโรงพยาบาล และProperty Fund & REIT ที่มีการปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย ทั้งสองช่วงเวลา

% เปลี่ยนแปลงดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้ง 3 ช่วงเวลา จาก Trade War (2018-19)

เมื่อพิจารณาผลกระทบหุ้น หรือ กลุ่มอุตสาหกรรมของไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นทั่วโลกจาก Trade War ในปี 2018

ช่วงที่ 1 : ตั้งแต่เดือน มี.ค. เมื่อสหรัฐฯ เริ่มประกาศจะใช้ภาษีนำเข้าสินค้าจีน จนถึงปลายเดือน มิ.ย. เพราะหลังจากที่อัตราภาษี 10% มีผลบังคับใช้ 6 ก.ค. ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ฟื้นตัวขึ้น

ช่วงที่ 2 : เมื่อสถาบันวิจัย (ต่างประเทศ) เริ่มปรับลด GDP ประเทศสำคัญๆ หลังพบว่า ตัวเลขเศรษฐกิจชะลอตัวและลูกค้าชะลอการสั่งซื้อสินค้า หลังเริ่มใช้อัตราภาษีมาตั้งแต่เดือน ก.ค.เริ่มเห็นผล ส่งผลให้เกิดการขายหุ้นอีกระลอกหนึ่ง

ช่วงที่ 3 : 5 พ.ค.19 การเจรจาการค้าล้มเหลว สหรัฐฯประกาศปรับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีน $2 แสนลบ. จาก 10% เป็น 25% โดยแต่ละช่วง SET Index ปรับตัวลง 12.8% และ 11.8% และ ช่วงที่ 3 หรือ ครั้งล่าสุดที่ยังไม่สิ้นสุด ดัชนีฯลดลงไปแล้ว 3.5%

หุ้นแต่ละกลุ่มส่วนใหญ่ปรับตัวลงล้อกับ SET Index มีเพียงกลุ่มโรงพยาบาล และ Property Fund & REIT ที่มีการปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย ทั้งสองช่วงเวลา

Trade War : ประเมินแนวรับ SET Index หนักสุด 1537-1548 จุด

จาก surprise ที่ประธานาธิบดี Trump ประกาศใช้ภาษี 25% สินค้าจีน $2 แสนล้านเหรียญ นักลงทุนรอดูการเมือง และ sell on fact หลังหมดฤดูกาลส่งงบของตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้มีแรงขายหุ้นเข้ามาในตลาด SET index ปรับตัวลงมาเกือบ 4% ทะลุแนวรับ 1630 จุด ของเรา โดยแนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 1600 จุด

แนวรับของ SET Index เมื่อใช้ กำไรตลาดและ Forward P/E ถ้าใช้ EPS คาดการณ์ปีนี้ ที่ 103.2 บาท และForward P/E (ดูกราฟด้านล่าง) ที่ 14.9-15.0 เท่า เป็นแนวรับดัชนีฯ จะได้แนวรับหรือปราการด่านสุดท้ายของดัชนีฯ ที่ 1537 – 1548 จุด