‘KWM’ฐานทุนแกร่ง กระแสเงินสด 100 ล. ปลื้มยอดขายกระฉูด

ทันหุ้น – KWM เปิดฐานทุนแน่น อวดกระแสเงินสดในมือ 100 ล้านบาท แถม D/E ต่ำ 0.3 เท่า เชื่อหากต้องการขยายธุรกิจ สามารถทำได้สบาย ด้านผู้บริหารเปิดงบโค้งแรก กำไรโต 49% ชี้ยอดขายกระฉูด มั่นใจผลงานมาตามนัดโต 20% จ่อส่งสินค้าใหม่ลงตลาดทำเงิน

นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร ได้แก่ ใบผาล โครงผาล ใบเกลียวลำเลียง และใบดันดินเปิดเผยว่า บริษัทมีกระแสเงินสดในมือค่อนข้างมาก อยู่ที่ราว 100 ล้านบาท และมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.3 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้กระแสเงินสด และ D/E ในปัจจุบันคาดจะช่วยให้บริษัทขยายฐานธุรกิจให้เติบโตเพิ่มขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องร่วมมือ หรือหาพันธมิตรเข้ามาร่วมธุรกิจ อีกทั้งธุรกิจของ KWM เป็นธุรกิจครอบครัว และมีทิศทางการเติบโตทุกๆ ปี ซึ่งบริษัทเองยังสามารถขยายธุรกิจให้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยตัวเอง

ครึ่งปีงบทะยาน

ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีแรกของปีนี้ คาดจะเติบโตดีและสูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อน ตามความต้องการใช้อุปกรณ์ทางการเกษตร อีกทั้งบริษัทได้ออกสินค้าใหม่ อาทิ เครื่องผสมปุ๋ย เป็นค้น คาดสินค้าดังกล่าวจะสนับสนุนยอดขายให้เติบโตสูงขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังจับตานโยบายจากรัฐบาลใหม่ว่าจะสนับสนุนภาคการเกษตรอย่างไรบ้าง แต่บริษัทคาดรัฐบาลจะยังให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรแน่นอน เพราะประเทศไทยเป็นประเทศแห่งเกษตรกรรม

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2562 บริษัท มีกำไรสุทธิจำนวน 11.18 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 49.07% คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ(Ne t Profit Margin) ที่ 9.89% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และบริษัทมียอดขายเท่ากับ 113.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.59 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 37.11%

ส่วนแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ บริษัทจะเพิ่มสินค้าใหม่ลงตลาด โดยคาดจะเริ่มขายสินค้าใหม่ได้ในช่วงไตรมาส 3/2562 เป็นต้นไป และบริษัทจะพยายามผลักดันยอดขายสินค้าเก่าให้เติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งนี้บริษัทจะเดินหน้าลดต้นทุนการผลิตสินค้าให้ได้มากที่สุด ล่าสุดบริษัทจะนำเข้าวัตถุดิบที่ผลิตจากจีนเข้ามา ซึ่งการนำเข้าเหล็กที่จีนตัดเรียบร้อยแล้ว จะช่วยลดต้นทุนของบริษัทได้ถึง 5% โดยล็อตแรกบริษัทจะนำเข้าเหล็กจำนวน 200 ตัน อย่างไรก็ดีบริษัทคาดการลดต้นทุนดังกล่าวจะสนับสนุนมาร์จิ้นของบริษัทให้เพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก จากไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมาบริษัททำได้ 9.89%

มั่นใจยอดโต 20%

นายเอกพันธ์ กล่าวต่อว่า บริษัทคาดยอดขายในปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 20% จากปีก่อน 338.86 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการจำหน่ายสินค้าให้กับคู่ค้าหลัก 80% อย่าง บริษัท สยาม คูโบต้า จำกัด ทั้งนี้คูโบต้าตั้งเป้าการเติบโต 10% บริษัทจะเติบโตไปตามลูกค้าด้วยเช่นกัน ส่วนสัดส่วนที่เหลือจะมาจากการจำหน่ายสินค้าของภาคเอกชน ซึ่งมีอัตรากรรเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทเดินเครื่องกำลังการผลิตเต็ม 100% เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ส่วนกำลังการผลิตทั้งหมดบริษัทคาดจะผลิตสินค้าได้ 3-4 แสนตันต่อปี