PFโชว์ผลงานQ1โต239% ตุน Backlog กว่า 6,100 ล้านบาท

ทันหุ้น –PF อวดผลงานไตรมาสแรกปี 2562  มีกำไรสุทธิได้ถึง 661 ล้านบาท โต 239% มีรายได้รวม5,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้นในทุกธุรกิจ ทั้งอสังหา โรงแรม และยังมียอดรอรับรู้รายได้  (Backlog) อีกรวม 6,100 ล้านบาท ปลื้มยอดขาย “ยู คิโรโระ” คอนโดประเทศญี่ปุ่น ทำได้เกิน 40% หรือ 1,600 ล้านบาท เริ่มโอนได้ปลายปีนี้ ไตรมาส 2 เดินหน้าเปิดโครงการใหม่เพิ่มยอดขายและปรับกลยุทธ์รองรับมาตรการควบคุมสินเชื่อ

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ว่าบริษัททำยอดขายได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจมีการเติบโตในทุกธุรกิจโดยกลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 5,689 ล้านบาท เติบโตขึ้น 42%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 661 ล้านบาท เติบโตขึ้น 239%

ประกอบด้วยรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 3,905 ล้านบาท จากธุรกิจโรงแรมทั้งในประเทศและประเทศญี่ปุ่นรวม 1,263 ล้านบาท จากการขายที่ดิน 477 ล้านบาท และยังมีรายได้จากค่าเช่าและบริการอีก 44 ล้านบาทสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยอดโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปตามคาด โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมและมียอดโอนฯจากโครงการไอคอนโด สุขุมวิท 77 เข้ามาจำนวนมาก ด้านธุรกิจโรงแรมมีรายได้เพิ่มขึ้นจากโรงแรมรอยัลออคิด เชอราตัน ที่มีอัตราเข้าพักสูงถึง 87% และจากการเปิดดำเนินการโรงแรมไฮแอทรีเจนซี่ สุขุมวิทด้วย

“ไตรมาสแรกบริษัทมีผลประกอบการที่ดีมากขณะที่ไตรมาส 2 คาดว่าน่าจะใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้โดยกลุ่มบริษัทยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม6,100 ล้านบาทเป็นยอดขายในประเทศ4,500 ล้านบาทและมียอดขายจากโครงการ“ยู คิโรโระ” คอนโดมิเนียมในประเทศญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันทำได้แล้วกว่า 40% หรือประมาณ1,600 ล้านบาท โดยจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์รับรู้รายได้ในปลายปีนี้และจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ คิโรโระ กลับมามีกำไรในปี 2562 ลูกค้าของโครงการ “ยู คิโรโระ”ครึ่งหนึ่งเป็นชาวเอเชียทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นลูกค้าชาวไทย ซึ่งโครงการได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าไทยเกินความคาดหมายบริษัทยังมีแผนโรดโชว์ในประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย คาดว่าจะสามารถทำยอดขายปิดโครงการคอนโดมิเนียมได้ภายในปีหน้า”

ในไตรมาสแรกกลุ่มบริษัทมีการเปิดโครงการใหม่ 6 โครงการ เป็นแนวราบ 4 โครงการ คอนโดมิเนียม 2 โครงการ ไตรมาส 2 จะเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 4 โครงการ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม มูลค่ารวม 3,800 ล้านบาท และจะมีการเปิดตัวบ้านนวัตกรรมภายใต้การร่วมทุนกับ บริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น มูลค่า 2,230 ล้านบาทส่วนครึ่งปีหลังจะมีการเปิดโครงการใหม่อีก9 โครงการ เป็นแนวราบ8โครงการ คอนโดมิเนียม1โครงการ เป็นไปตามแผนเพื่อช่วยผลักดันยอดขาย ด้านกลยุทธ์ไตรมาส2ซึ่งมาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เริ่มมีผลบังคับใช้บริษัทได้ปรับสัดส่วนสินค้าจากที่เน้นบ้านพร้อมอยู่ มาเป็นบ้านขายระหว่างสร้าง เพื่อให้มีระยะเวลาผ่อนดาวน์เพิ่มขึ้น และยืดเวลาให้ดาวน์ถึง6 เดือนเพื่อให้ลูกค้ามีเวลาสะสมเงินดาวน์