SKY ประกาศรายได้พุ่ง 125% เดินหน้าขยายฐานลูกค้าเอกชน

ทันหุ้น – SKYประกาศรายได้โต 125% เฉียด 700 ล้านบาท หลังส่งมอบงานประมูลได้ตามแผน พร้อมใส่เกียร์ลุยงานช่วงครึ่งปีหลังเต็มที่ รุกหนักธุรกิจบริการโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัย เดินหน้าขยายฐานลูกค้าเอกชนเพิ่ม

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ผู้นำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัย ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับประเทศ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1/2562 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 699.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 388.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 125% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 310.9 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิในส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 30.08 ล้านบาท ลดลงจากเดิม 6.02 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 36.10 ล้านบาท

เริ่มทยอยรับรู้รายได้

สำหรับไตรมาส 1/2562 บริษัทได้ทยอยส่งมอบและรับรู้รายได้จากโครงการหลักๆ ที่ประมูลมาได้ในปี 2561 ได้แก่ โครงการจัดหาและติดตั้งระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอล ระยะที่ 2 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , โครงการจ้างเพิ่มความจุโครงข่ายเชื่อมโยงชายแดนไปยังสถานีเคเบิลใต้น้ำกับศูนย์โทรคมนาคม ของ บริษัท กสท โทรคมนาคม , สัญญาบริการจัดให้มีระบบตรวจสอบและระบุสิทธิการเข้าใช้งานอินเตอร์เน็ต ภายใต้โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ

นอกจากนี้บริษัทได้มีการรับรู้รายได้จากโครงการที่ประมูลได้ในปี 2560 คือ โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหมู่บ้านในพื้นที่ขอบ Zone c+ กลุ่ม 4 ภาคกลางใต้และกลุ่มที่ 5 3 จังหวัดชายแดนภาคมใต้ ส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ สำหรับให้บริการแก่สำนักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ อีกทั้งยังมีรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์ในโครงการจ้างเหมาติดตั้งระบบสื่อสารแบบหลอมรวมอีกด้วย

ขยายธุรกิจหลัก

นายสิทธิเดช กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทจะยังให้ความสำคัญและจะขยายไปในธุรกิจหลักๆ 3 ลักษณะงาน คือ 1.สมาร์ท ซีเคียวริตี้ (Smart Security) เป็นบริการโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรและธุรกิจ โดยปัจจุบันบริษัท ได้ให้บริการกลุ่มลูกค้าภาครัฐเป็นหลัก ซึ่งกลางปีนี้จะขยายการให้บริการเต็มรูปแบบ และรุกเข้าไปสู่กลุ่มลูกค้าภาคเอกชน อาทิ กลุ่มห้างสรรพสินค้า คอนโดมีเนียม อาคารสำนักงาน โรงงานขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น

2.ดิจิตอลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) โดยปัจจุบันบริษัท อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบสื่อสารออนไลน์ในรูปแบบ Mobile Application ในโครงการจัดทำ Digital Platform ตามนโยบาย AOT 4.0 ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวและเริ่มใช้งานระบบได้ในเดือนกรกฎาคมนี้ ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวเป็นงานได้สิทธิในการประกอบกิจการ ระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้จากโครงการนี้เข้ามาในช่วงไตรมาส 3/2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมนำเสนอโครงการทำ Digital Platform กับหน่วยงานภาครัฐอื่นอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้