WPสัญญาณโตแรง ปลื้มล้างขาดทุนเกลี้ยง จัดการต้นทุนดีเยี่ยม

ทันหุ้น –WP ส่งซิกนับจากนี้ไม่ธรรมดา ย้ำดำเนินธุรกิจตามแผน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเป็นผู้นำธุรกิจพลังงานครบวงจร และผลักดันผลงานอนาคตเติบโตอย่างมั่นคง ฟุ้งบันทึกกำไรสะสมครั้งแรกในไตรมาส 1/2562 ราว 7.71 ล้านบาท จากอดีตที่ขาดทุนสะสม ล่าสุดโชว์กำไรไตรมาสแรก เพิ่มขึ้น 1.67 % สะท้อนถึงการจัดการต้นทุน และบริหารงานได้อย่างยอดเยี่ยม    

นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP เปิดเผยว่า การที่บริษัทได้ดำเนินธุรกิจตามแผนที่ได้วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการบริหารจัดการต้นทุน และขยายฐานลูกค้า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และส่งผลทำให้บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสะสมได้เป็นครั้งแรกจำนวน 7.71 ล้านบาท จากปี 2561 ที่มีขาดทุนสะสม 57.93 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2562 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2562) ของบริษัทและบริษัทย่อยบันทึกกำไรจากการดำเนินงานปกติมูลค่า 68.82 ล้านบาทหรือคิดเป็นการเติบโตราว 1.67% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากความสามารถในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท การรักษาฐานลูกค้าของกลุ่มสถานีบริการและรักษาการเติบโตของกลุ่มลูกค้ากลุ่มอื่นๆไว้ได้ดี

*ขยายฐานลูกค้า CLMV

“รายได้และกำไรไตรมาสแรกที่ประกาศออกมานั้น เป็นไปตามแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งเป็นการเติบโตที่เกิดจากความมุ่งมั่นของทีมผู้บริหาร พนักงานของบริษัท ที่ผนึกกำลังขับเคลื่อนองค์กรด้วยการเดินหน้าขยายงาน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทอย่างยั่งยืนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการทำงานด้านการตลาด การเจาะกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ที่สำคัญทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสะสมได้เป็นครั้งแรก ซึ่งช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้บริษัทก็คาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน” นางสาวชมกมล กล่าว

ก่อนหน้านี้นางสาวชมกมล กล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศกลุ่ม CLMV เช่น เมียนมา เวียดนาม โดยกลุ่ม CLMV เป็นตลาดที่ยังขยายตัวได้อีกมาก เพราะยังมีความต้องการใช้ก๊าซ LPG ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ก็สนใจลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อทำธุรกิจเทรดดิ้ง ขณะที่คาดว่าปริมาณการขายก๊าซ LPG ปี 2562 จะอยู่ที่ 840,000 ตัน หรือเติบโตราว 2.5% แบ่งเป็นจาก 1.ลูกค้าภาคอุตสาหกรรม 10% 2.สถานีบริการ LPG 26% 3.ภาคครัวเรือน 54% และ 4.อื่นๆ 10%