IRPCเปิดช่องทำเงิน ผลิตเม็ดพลาสติก ลุยโซลาร์โฟลทติ้ง

ทันหุ้น – IRPC มั่นใจผลงานไตรมาส 2/2562 เริ่มตั้งหลักหลังโรงกลั่นกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลัง ขณะที่ค่าการกลั่นเริ่มฟื้นตัวรองรับมาตรการ IMO ปี 2563 เล็งรุกตลาดโซล่าโฟลทติ้งผลิตเม็ดพลาสติกพิเศษ ใช้ทำทุ่นลอยน้ำ ด้านโบรกมองโค้งแรกผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว คาดครึ่งปีหลังสดใส เป้า 6.60 บาท

นางณิชชา จิรเมธธนกิจ ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC คาดการณ์ดำเนินงานไตรมาส 2/2562 น่าจะปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2561 เนื่องจาก 1.โรงกลั่นที่หยุดซ่อมบำรุงกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ รวมถึงสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ  2.คาดว่าจะมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน  และ 3.บริษัทสามารถผลิตเม็ดพลาสติกพิเศษ ใช้ทำทุ่นลอยน้ำรองแผงโซล่าเซลล์ ผลิตไฟฟ้าในโครงการโซล่าโฟลทติ้ง ซึ่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการ ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากแผน PDP 2018 รัฐบาลให้การสนับสนุนโครงการโซล่าโฟลทติ้งกำลังการผลิตรวม 2,500 เมกกะวัตต์ (MW)

“การที่เราสามารถเดินเครื่องโรงกลั่น RDCC หลังติดตั้งเครื่องควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเสร็จ กำลังการผลิตที่หายไปก็จะกลับมา และต้นทุนเราก็จะปรับลดลงทันที ขณะเดียวกันเราก็น่าจะยังมีสต๊อกเกนน้ำมันเล็กน้อย”

อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2/2562 บริษัทจะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงาน ตามพ.ร.บ.แรงงานใหม่ ประมาณ 760 ล้านบาท แต่จากการบริษัทสามารถควบคุม, บริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในช่วงเงินแข็งค่า-อ่อนค่า ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลงประมาณ 570 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยผลกระทบทางบัญชีได้ในระดับหนึ่ง

IMO หนุนค่าการกลั่น

ณ ปัจจุบันค่าการกลั่น (Refinery Margin : GRM) เริ่มปรับตัวดีขึ้นโดยค่าการกลั่นน้ำมันเบนซิน และคาดการณ์ว่าช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ค่าการกลั่นจะเร่งตัวขึ้นตามความต้องการใช้น้ำมันดีเซลคุณภาพสูง รองรับ “กฏระเบียบเชื้อเพลิงกำมะถัน IMO 2020” ที่กำหนดให้เรือเดินสมุทรใช้น้ำมันเตากำมะถันต่ำ (Low Sulfur Fuel Oil) ในปี 2563

ทั้งนี้บริษัทต่อท่อแยกน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำภายในโรงกลั่นทุกโรงเสร็จสิ้นแล้ว หากมีคำสั่งซื้อบริษัทพร้อมที่จะส่งขายน้ำมันเตากำมะถันต่ำตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

นางณิชชา คาดการณ์ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปี 2562 น่าจะเคลื่อนไหวระหว่าง 69-70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยต้องติดตามผลการเจรจาระหว่างสหรัฐกับจีนอย่างใกล้ขิด  เนื่องจากผลกระทบจากสงครามการค้ากดดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ  และเป็นปัจจัยสำคัญให้บริษัทพิจารณาเลื่อนแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการMaximum Aromatics Project หรือ MARS ซึ่งมีมูลค่า ราว 3 หมื่นล้านบาท เพื่อผลิตพาราไซลีน 1-1.3 ล้านตันต่อปี และเบนซีน 3-5 แสนตันต่อปี ออกไปเนื่องจากคาดการณ์ว่าสเปรด (Spread) ปิโตรเคมีจะทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่องถึงปี 2564

พร้อมกันนี้บริษัทขออนุมัติทำ “ประกันความเสี่ยง (Hedging) สเปรด Spread ปิโตรเคมีไว้ในสัดส่วนไม่เกิน 50% โดยจะหาจังหวะที่เหมาะสมเพื่อป้องกันความผันผวนของส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันและราคาผลิตภัณฑ์ที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะสงครามการค้าโลก

ระยะยาวน่าสนใจ

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์กำไรปกติงวดไตรมาส 2/2562 ของ IRPC จะฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบกับงวดไตรมา 1/2562 จากค่าการกลั่นสิงคโปร์ที่เริ่มฟื้นตัว นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น หน่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ (RDCC) กลับมาใช้งานตามปกติ ซึ่งจะสร้างกำไรส่วนเพิ่ม 7-8 ร้อยล้านบาทต่อไตรมาส, อัตราใช้กำลังผลิตสูงขึ้นเพราะไม่มีแผนหยุดซ่อมบำรุง, เริ่มใช้งานเครื่องจักร Catalyst cooler ช่วยเพิ่มความสามารถการใช้น้ำมันดิบคุณภาพต่ำ ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) ได้ประมาณ 0.15-0.30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หรือคิดเป็นกำไร 0.6-1.8 ร้อยล้านบาทต่อไตรมาส เป็นต้น

คาดว่ากำไรที่อ่อนแอในงวดไตรมาส 1/2562 สะท้อนไปในราคาหุ้นแล้ว ขณะที่แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเด่นกว่าคู่แข่ง เพราะเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการ IMO สูง ด้วยสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซล (รวม Jet) ราว 70% เทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม 55% และไม่มีแผนหยุดซ่อมบำรุงโรงงานในช่วงที่เหลือของปี เทียบกับโรงกลั่น 4 ใน 6 แห่งของประเทศ (TOP SPRC ESSO PTTGC) ทยอยหยุดซ่อมช่วงที่เหลือของปี คงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสมที่ 6.60 บาท